ผู้เขียน หัวข้อ: นิราศเดือน โดย หมื่นพรหมสมพัตสร (นายมี)  (อ่าน 27532 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,749
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
    • youtube ดินหญ้ากาช้ำ Dinyakachum


นิราศเดือน โดย  หมื่นพรหมสมพัตสร (นายมี)
โอ้ฤดูเดือนห้าหน้าคิมหันต์
พวกมนุษย์สุดสุขสนุกครัน
ได้ดูกันพิศวงเมื่อสงกรานต์

ทั้งผู้ดีเข็ญใจใส่อังคาส
อภิวาทพุทธรูปในวิหาร
ล้วนแต่งตัวทั่วกันวันสงกรานต์
ดูสคราญเพริดพริ้งทั้งหญิงชาย

ทีเฒ่าแก่แม่ม่ายไม่ใคร่เที่ยว
สู้อดเปรี้ยวกินหวานลูกหลานหลาย
ทีกำดัดซัดสีสวยทั้งกาย
เที่ยวถวายน้ำหอมน้อมศรัทธา

บ้างก็มีที่สวาดิ์มาดพระสงฆ์
ต่างจำนงนึกกำดัดขัดสิกขา
ไดแต่เพียงพูดกันจำนรรจา
นานนานมากลับไปแล้วใจตรอม

ล้วนแต่งตัวเต็มงามทรามสวาดิ์
ใส่สีฉาดฟุ้งเฟื่องด้วยเครื่องหอม
สงกรานต์ทีตรุษทีไม่มีมอม
ประดับพร้อมแหวนเพชรเม็ดมุกดา

มีเท่าไรใส่เท่านั้นฉันผู้หญิง
ดูเพริดพริ้งเพราเอกเหมือนเมฆขลา
รามสูรเดินดินสิ้นศักดา
เที่ยวไล่คว้าบางทีก็มีเชิง

บ้างเล่นเบี้ยเสียถั่วจนมัวมืด
ใครขี้ติดถากถางวางกันเหลิง
บ้างฉุดมือยื้อผ้าพากันเปิง
ที่รู้เชิงทำแปดเก้าเป็นเจ้ามือ

เขาตัดไพ่ตายแพ้เหลือแต่ผ้า
สิ้นปัญญาบุ่นพลางครางหือหือ
นั่งเสียใจเต็มทีต้องหนีมือ
ไม่สัตย์ซื่อทำไพ่ตายเขาเอง

ดูเขาเล่นเป็นฤดูไม่รู้ขาด
นุชนาฏขึ้นกระเตาะขึ้นเหมาะเหม็ง
บ้างก็หลงเลยเล่นเป็นนักเลง
ฉันนี้เกรงกลัวนักไม่รักเลย

ทั้งหนุ่มสาวฉาวฉานในการเล่น
บ้างซุ่มเป็นผัวเมียกันเสียเลย
แต่ตัวเราเปล่าไปมิได้เชย
โอ้อกเอ๋ยคิดไปแล้วใจตรอม

                                          -----------------



ร่ำคนึงถึงนุชสุดวิตก
ถึงเดือนหกเข้าแล้วหนาเจ้าข้าเอ๋ย
เขาแต่งงานปลูกหอขอกันเชย
เราจะเชยอยู่ก็เห็นไม่เป็นการ

เขาแรกนาแล้วมานักขัตฤกษ์
เอิกเริกโกนจุกทุกสถาน
ทีกำดัดจัดแจงกันแต่งงาน
มงคลการตามเล่ห์ประเวณี

โอ้โอ๋อกอาตมานี้อาภัพ
ทั้งไร้ทรัพย์สารพัดจะบัดสี
ดูเพื่อนบ้านเขาทั้งหลายสบายดี
เขาคิดมีลูกเมียเสียทุกคน

                                          -----------------

ที่ลางคนบ่นบ้าว่าน่าแค้น
พ่อแม่แค่นขืนให้ไม่ชอบใจ

เที่ยวหลบลี้หนีสถานทิ้งบ้านช่อง
มีพวกพ้องน้าป้าไปอาศัย
บ้างชอบใจรูปงามตามเขาไป
ไม่อาลัยพ่อแม่ไปแต่ตัว

ที่โกนจุกได้ปีครึ่งพึ่งผลิ
อุตริหนักหนาอยากหาผัว
ที่ลางคนนึกละห้อยน้อยใจตัว
ว่ารูปชั่วชายชั่วไม่หวังเลย

ที่ตกพุ่มกลุ้มกลัดขัดในอก
ถึงมุ่นหมกอยู่ในใจก็ใช้เฉย
แสนสงสารหญิงชายไม่วายเลย
โอ้อกเอ๋ยเราก็เป็นเหมือนเช่นกัน

                                          -----------------



กระทั้งถึงเดือนเจ็ดไม่เสร็จโศก
บังเกิดโรคแรงนักด้วยรักสมร
สลากภัตร์จัดแจงแต่งหาบคอน
อย่างแต่ก่อนหาบกระทายมีลายทอง

ใส่คานรูปนาคาวายุภักษ์
ครั้นเดินหนักดูเต้นเผ่นผยอง
แสรกน้อยร้อยพวงมาลัยกรอง
ใส่ข้าวของหาบหามตามกันมา

ทุกวันนี้มีแต่จะทำแปลก
ใส่โต๊ะแบกเดินด่วนมาถ้วนหน้า
สารพันเอมโอชโภชนา
ตามศรัทธาสัปบุรุษนุชอนงค์

ทั้งผู้ดีเข็ญใจก็ไปมาก
จับสลากหนังสือชื่อพระสงฆ์
รู้จักนามตามพบประสบองค์
ต่างจำนงน้อมถวายรายกันไป

พระลางองค์งงงกตกประหม่า
ให้ยถาเสียงสั่นอยู่หวั่นไหว
สัปบุรุษตรวจน้ำร่ำในใจ
ทีผู้ใหญ่หมายประโยชน์โพธิญาณ

ทีหนุ่มหนุ่มสาวสาวคราวกับฉัน
นึกรำพันในจิตอธิษฐาน
ให้มีเมียรูปงามทรามสะคราญ
ที่เรือนบ้านคับคั่งเขามั่งมี

อนงค์นาฎปราถนาจะหาผัว
ไม่เล่นถั่วสูบฝิ่นกินอาหนี
ให้รูปงามทรามชมอุดมดี
ลางสตรีปราถนาหาขุนนาง

มีเงินทองบ่าวไพร่เครื่องใช้สอย
จะนั่งลอยนวลเป็นนายนุ่งลายอย่าง
ขี่แต่เรือเก๋งพั้งลงนั่งกลาง
ไปตามทางแถงชลมีคนพาย

ทีติดพันกันอยู่ก็ชูชื่น
ไม่นึกอื่นนึกจะมี แต่ที่หมาย
ทีมีแล้วฉำเฉื่อยเรื่อยสบาย
ค่อยเว้นวายโศกเศร้าเบาหัวใจ

กระทำมาหากินภิญโญยิ่ง
มีลูกหญิงลูกชายหมายอาศัย
ทีไม่มี ฝั่งฝาให้อาลัย
เหมือนกับใจของฉันที่พรรณนา

คิดถึงนุชสุดรักให้หนักอก
น้ำตาตกพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
สักเมื่อไรจะได้แนบแอบอุรา
ละห้อยหาโศกศัลย์รำพันคราง

ที่มาจาก http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/nirad/month/month.htm

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,749
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
    • youtube ดินหญ้ากาช้ำ Dinyakachum
Re: นิราศเดือน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 08:24:03 pm »


ถึงเดือนแปดแดดอับพยับฝน
ฤดูดลพระวษาเข้ามาขวาง
จวนจะบวชเป็นพระสละนาง
อยู่เหินห่างก็เห็นกันเมื่อวันบุญ

ประดับพุ่มบุปผาพฤกษากระถาง
รูปแรดช้างโคควายขายกันวุ่น
ตุ๊กตาหน้าพราหมณ์งามละมุน
ต้นพิกุลลิ้นจี่ดูดีจริง

ต้นไม้ทองเสาธงหงส์ขี้ผึ้ง
คู่สลึงเขาขายพวกชายหญิง
อุณรุทยุดกินนรชะอ้อนพริ้ง
มีทุกสิ่งซื้อมาบูชาพระ

ขึ้นกุฎีที่รักรู้จักสนิท
ดัดจริตพูดจาวิสาสะ
พระหนุ่มหนุ่มกลุ้มใจทำไมละ
เสียงจ๋าจ๊ะเจราจาพาสบาย

ถ้าญาติโยมจริงจริงแล้วนิ่งเฉย
มิใคร่เงยหน้าปัญญาหาย
ไม่พูดมากพาดพิงให้พริ้งพราย
ดูเราะรายเรียบร้อยกระช้อยชด

พรรษาหนึ่งสองพรรษาไม่ผาสุก
เข้าบ้านกรุกเลยลาสิกขาบท
เหมือนน้ำอ้อยย่อยถูกจมูกมด
ใครจะอดได้เล่าพวกชาวเรา

นึกคะนึงถึงนางกลางพรรษา
แต่คอยหาเช้าเย็นไม่เห็นเขา
เที่ยวฟังเทศน์มิได้ขาดดูลาดเลา
เห็นแต่เขาคนอื่นไม่ชื่นตา

นั่งพับเพียบเรียบร้อยน้อยไปหรือ
ประนมมือฟังธรรมเทศนา
ที่ฟังจริงนิ่งตรับจนหลับตา
บ้างก้มหน้าฟังไปมิได้เงย

ทีฟังเล่นเห็นกันเป็นขวัญเนตร
ไม่ฟังเทศน์เอาบุญแม่คุณเอ๋ย
มานั่งเล่นตากันฉันไม่เคย
ไม่สิ้นเลยเหล่าตะกรามกามคุณ

ทีท่านแก่แก่ตัวยังชั่วดอก
หมายจะออกห่างเหจากเมถุน
ท่านอยากบวชสวดมนต์ขนเอาบุญ
ทีแรกรุ่นนี่แหละร่านรำคาญใจ

ด้วยความรักหนักเหลือดังเรือเพียบ
จนน้ำเลียบแคมแล้วแจวไม่ไหว
ถ้าผ่อนของขึ้นเสียบ้างยังชั่งใจ
แจวไปไหนไปได้ไม่หนักแรง

โอ้โอ๋อกชาวเราเหล่าหนุ่มหนุ่ม
อยากใคร่สุ่มปลาหนองส่องแสวง
ตัวฉันเล่าเฝ้าคลั่งด้วยยังแคลง
จะพลิกแพลงไปอย่างไรก็ไม่รู้

โอ้ไฉนจะได้สมอารมณ์รัก
ใครช่วยชักฉันจะไหว้ให้หัวหมู
ยิ่งร้อนใจใจคอให้หมอดู
ว่าขัดคู่หนักหนายิ่งอาดูร

ถึงเดือนเก้าเศร้าสร้อยละห้อยหา
พระจันทราวันดับก็อับสูญ
แต่โศรกเศร้าเราเสริมขึ้นเพิ่มพูน
ไม่อับสูญไปบ้างเหมือนอย่างเดือน

ไม่ได้ชมโฉมศรีไม่มีสุข
จะเปรียบทุกข์กับอะไรก็ไม่เหมือน
ถึงจะมีข้าวของสักห้องเรือน
ไม่ชื่นเหมือนมีรักสักราตรี

                                          -----------------

ถึงเดือนสิบเห็นกันเมื่อวันสารท
ใส่อังคาสโภชนากระยาหาร
กระยาสารทกล้วยไข่ใส่โตกพาน
พวกชาวบ้านถ้วนหน้ามาธารณะ

ถ้างามคมห่มสีชุลีนบ
แล้วจับจบทัพพีน้อมศีรษะ
หยิบข้าวของกระยาสารทใส่บาตรพระ
ธารณะเสร็จสรรพกลับมาเรือน

พอลับเนตรเชษฐาอุราร้อน
แสนอาวรณ์โหยให้ใครจะเหมือน
ไม่รู้ที่จะวานใครไปตักเตือน
ให้มาเยือนเยี่ยมพี่ถึงที่นอน

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,749
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
    • youtube ดินหญ้ากาช้ำ Dinyakachum
Re: นิราศเดือน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 08:42:48 pm »


เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระพรรษา
ชาวพาราเซ็งแซ่แห่กฐิน
ลงเรือเพียบพายยกเหมือนนกบิน
กระแสสินธุ์สาดปรายกระจายฟอง

สนุกสนานขานยาวสาวสนั่น
บ้างแข่งขันต่อสู้เป็นคู่สอง
แพ้ชนะประตาพูดจาลอง
ตามทำนองเล่นกฐินสิ้นทุกปี

ไปช่วยแห่เห็นกันกระสันสวาท
นุชนาฎพายเรือใส่เสื้อสี
จนเปียกชุ่มตุ่มตั้งอลั่งดี
เส้นเกศีโศกสร้อยก็พลอยยับ

เหมือนตกแสกแบกโศกไว้สักพ้อม
ดูมัวมอมหน้าตาเมื่อขากลับ
ถึงบ้านบอบหอบอ่อนลงนอนพับ
ตานั้นหลับใจตรึกนึกถึงพาย

บ้างว่ากันวันนี้พี่คนนั้น
ช่างดูฉันนี่กระไรน่าใจหาย
บ้างแกล้งพูดดังดังว่าชังชาย
เบื่อจะตายไปกฐินเขานินทา

ได้ยินพูดเช่นนี้ก็มีมาก
พูดแต่ปากใจรนเที่ยวซนหา
การโลกีย์มีทั่วทั้งโลกา
ใครบ่นบ้าว่าเบื่อไม่เชื่อเลย

ถึงตัวเรานี้เล่าก็เร่าร้อน
แสนอาวรณ์วิญญาณ์นิจจาเอ๋ย
ไม่ว่าเล่นเป็นหลังด้วยหวังเชย
ยิ่งเคยเคยแล้วยิ่งคิดเป็นนิจกาล

ทุกค่ำรุ่งมุดมาดปราถนา
จะพรรณาสุดคิดให้วิตถาร
ในเล่ห์กลโลกาห้าประการ
ฉันรำคาญสุดที่จะชี้แจง



เดือนสิบสองล่องลอย กระทงหลวง
ชนทั้งปวงลอยตามอร่ามแสง
ดอกไม้ไฟโชติช่วงเป็นดวงแดง
ทั้งพลุแรงตึงตังดังสะท้าน

เสียงนกบินพรวดพรวดกวดไอ้ตื้อ
เสียงหวอหวือเฮฮาอยู่ฉ่าฉาน
ล้วนผู้คนล้นหลามตามสะพาน
อลหม่านนาวาในสาคร

บ้างก็แห่ผ้าป่าพฤกษาปัก
มีเรือชักเซ็งแซ่แลสลอน
ขับประโคมดนตรีมีละคร
อรชรรำร่าอยู่หน้าเรือ

บ้างก็ร้องสักวาใส่หน้าทับ
ลูกคู่รับพร้อมเพราะเสนาะเหลือ
ฟังสำเนียงเสียงสตรีไม่มีเครือ
เป็นไยเยื่อจับในน้ำใจชาย

ฟังสำเนียงเสียงนางที่กลางน้ำ
แล้วหวนรำลึกนุชที่สุดหมาย
กลับมานอนอ่อนทอดระทวยกาย
เฝ้าฟูมฟายชลนาทุกราตรี

-----------------



มื่อวันมีเทศนามหาชาติ
ได้เห็นนาฎนุชองค์ยอดสงสาร
สัปบุรุษคับคั่งฟังกุมาร
ชัชวาลแจ่มแจ้งด้วยแสงเทียน

พี่ฟังธรรมเทศจบไม่พบน้อง
เที่ยวเมียงมองเลี้ยวลัดวัดเฉวียน
ไม่พบพักตร์เยาวมาลย์ในการเปรียญ
ก็วนเวียนมาบ้านรำคาญใจ

ถึงฤดูเดือนอ้ายไม่ได้สมร
ยิ่งหนาวนอนทอดประทับไม่หลับไหล
ถึงกอดหมอนนอนนิ่งแล้วผิงไฟ
ไม่อุ่นใจเหมือนกอดแม่ยอดรัก

พี่เป็นทุกข์ทุกเดือนเหมือนจะม้วย
ใครจะช่วยทุกข์ได้ไม่ประจักษ์
ให้คับแค้นวิญญาหนักหนานัก
จนสุดรักสุดฤทธิ์จะคิดการ

ให้สุดแค้นแสนวิตกในอกพี่
เหมือนพระสี่เสาร์กษัตริย์พลัดสถาน
พระเสาร์ทับชันษาอยู่ช้านาน
พระภูบาลเป็นบ้าเข้าป่าไป

                                          -----------------

ครั้นล่วงเข้าเดือนยี่ทวีหนาว
นางสาวสาว อาบน้ำทำหน้าเฉย
อุตส่าห์แต่งบำรุงกายให้ชายเชย
ไม่ขาดเลยแป้งขมิ้นดินสอพอง

ไม่ใคร่ผิงอัคคีกลัวศรีเสีย
อลิ้มอะเลียเหลือดีไม่มีหมอง
ดัดปีกเปิดเสิศล้วนนวลละออง
อนงค์น้องน่ารักลักขณา

บ้างก็กางคันฉ่องส่องกระจก
เห็นผมดกคิ้วดำขำหนักหนา
อุตส่าห์ถอนอุตส่าห์ตัดหัดเล่นตา
เป็นวิชาชวนชายให้ตายใจ

บ้างหัดยิ้มพริ้มพรายขยายแก้ม
เอาหมึกแต้มให้ดำทำเป็นไฝ
ล้วนแต่งตัวทั่วกันทุกวันไป
นี่หรือใครจะไม่รักภัคินี

ทั้งขาวขำสำอางค์เหมือนอย่างปั้น
ย่อมหวานมันเหมือนหมดรสอิตถี
ผูกสายสร้อยข้อมือลือว่ามี
ทุกวันนี้นับถือข้อมือทอง

บ้างก็ไปวัดวาหาหลวงพี่
ขึ้นกุฎีน้อมกายถวายของ
ใครไม่รู้ดูทีเหมือนพี่น้อง
เขาแอบมองลอบดูรู้อุบาย

ธรรมดาว่ารักเขามักรู้
เพราะตาหูบอกเหตุสังเกตง่าย
จะเจรจาพาทีมีแยบคาย
ใครอย่าหมายว่าจะปิดไม่มิดเลย

เช่นทำนองของฉันทุกวันเล่า
เขารู้เท่าทั้งนั้นฉันก็เฉย
โอ้โอ๋อกของชายที่หมายเชย
ยังไม่เคยแล้วยิ่งคิดจิตระบม

-----------------

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN