ผู้เขียน หัวข้อ: นิราศเดือน โดย หมื่นพรหมสมพัตสร (นายมี)  (อ่าน 30163 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,860
  • กดถูกใจ: 122 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
    • https://web.facebook.com/dinya.kachum
Re: นิราศเดือน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 09:11:24 pm »

ถึงเดือนสามความโศกไม่เสื่อมสูญ
จันทร์จำรูญแสงงามยามปฐม
ดารารายพรายพร่างน้ำค้างพรม
ทีนั่งชมจันทร์เพ็งเปล่งโพยม

ดูแวววับเวหาล้วนดาเรศ
เหมือนดวงเนตรนุชน้องสำอางโฉม
ดูกระพริบริบแดงดังแสงโคม
ลอยพยอมล้อมจันทร์พรรณราย

พี่นั่งชมตรมตรึกดึกสงัด
น้ำค้างหยัดเยือกเย็นกระเซ็นสาย
บุปผาเผยกลีบก้านบานกระจาย
ต้องพระพายหอมกระถินดังกลิ่นนาง

พี่เคลิ้มคลั่งนั่งอยู่ดูมะลิ
ลืมสติหลงพลอดกอดกระถาง
ฟังเป็นเสียงสายสมรวอนให้วาง
จึงปลอบนางพางว่าด้วยอาลัย

 -----------------

ถึงเดือนยี่ปีสุดจะตรุษใหม่
ยังไม่ได้นุชนาฎที่ปราถนา
ฟังเสียงปืนยื่นยัดอัฎฎนา
รอบมหานัคเรศนิเวศน์วัง

ถ้าความทุกข์เราดังเหมือนอย่างปืน
พิภพพื้นก็จะไหวเหมือนใจหวัง
นวลหงส์ดงจะรู้ถึงหูดัง
จะนอนฟังทุกข์พี่ไม่มีเว้น

ทุกวันคืนเดือนปีไม่มีหยุด
พี่แสนสุดทุกข์ใจใครจะเห็น
ในทรวงช้ำเหมือนเขาเชือดเลือดกระเด็น
ใครจะเห็นเช่นข้าทั้งธานี

-----------------

จะว่าเมาเมาอะไรก็ไม่หนัก
อันเมารักเช่นนี้มีทุกแห่ง
เกิดยุ่งยิ่งชิงกันถึงฟันแทง
ใครพลาดแพลงล้มตายวายชีวา

บ้างชกต่อยถึงบอบลอบตีหัว
เขาจับตัวใส่คุกทุกข์หนักหนา
อันโกรธขึ้งหึงกันทุกวันมา
เพราะตัณหาตัวเดียวมันเรี่ยวแรง

จนพระเณรเถรตู้อยู่ไม่ได้
สึกออกไปซัดเพลาะเที่ยวเสาะแสวง
บ้างร้อนตัวกลัวจะอดเหมือนมดแดง
นอนตะแคงคว่ำหงายวุ่นวายใจ

บ้างก็แต่งเพลงยาวไปน้าวโน้ม
ว่ารักโฉมมิ่งมิตรพิสมัย
พอลงเอยให้แม่สื่อถือเอาไป
แต่ละใบราคาถึงตำลึงทอง

บ้างถูกแม่สื่อหลอกปอกเอาหมด
เจ็บอกอดอับอายเสียดายของ
ถ้าแม่สื่อซื่อตรงคงได้ครอง
เป็นหอห้องเรือนเรือตามเชื้อวงศ์

บ้างรักเขาข้างเดียวลงเคี่ยวเข็ญ
บ้างก็เป็นสังฆ์การีสึกชีสงฆ์
วิสัยพระทุกวัดขัดทุกองค์
ถ้าลาภตรงมาหาเปลื้องผ้าไตร

บ้างก็ถูกลมหลอกออกมาเก้อ
ชักสะพานแหงนเถ่อน้ำตาไหล
ไม่ได้เมียเสียของร้องเอาใคร
กลับบวชใหม่สวดมนต์ไปจนตาย

เขาว่าพระคราวนั้นก็ขันอยู่
บวชเณรรู้ไว้เป็นศิษย์ดังจิตหมาย
ท่านจับสึกสักหน้าพากันอาย
พวกหญิงชายลือดังทั้งพิภพ

เพราะโลกีย์ฟั่นเฝือเหลือสละ
แต่เป็นพระแล้วยังคิดผิดขนบ
นี่หรือคฤหัสถ์จะไม่โลภละโมบมบ
ให้ปรารภเรื่องผู้หญิงประวิงวอน

จะพรรณาว่าไปไหนจะหมด
เหลือกำหนดนับไม่เสร็จเหมือนเม็ดฝน
มิใช่ฉันหยาบช้าแกล้งว่าคน
อย่าร้อนรนร้าวรานรำคาญเคือง

ฉันคนชั่วตัวโศกเป็นโรครัก
อกจะหักเสียด้วยตรอมจนผอมเหลือง
สวาทหวังตั้งจิตเป็นนิตย์เนือง
จึงแต่งเรื่องรักไว้ให้คนฟัง

ไว้อ่านเล่นเป็นที่ประกันทุกข์
ให้ผาสุกตามประสาที่บ้าหลัง
ท่านทั้งหลายชายหญิงอย่าชิงชัง
ฉันต่อตั้งแต่งความตามทำนอง

อันเรื่องราวตัณหานี้สาหัส
ถ้าใครตัดเสียได้ฉันให้ถอง
อุตสาห์หัดวิชาหาเงินทอง
ก็เพราะของสิ่งเดียวมันเกี่ยวกวน

ถึงยากจนซนหาประสายาก
ที่มีมากตั้งกองครองสงวน
บ้างก็ชอบชาววังรังกระบวน
เนื้อก็นวลเสียงก็หวานขานก็เพราะ

ที่เต็มอัดกลัดมันกลั้นไม่ หยุด
ก็รับรุดเร็วรัดไปวัดเกาะ
เป็นเงินแดงแย่งยุดฉุดเอาเพลาะ
เถียงทะเลาะวุ่นวายไม่อายกัน

เพราะโลกีย์เจ้ากรรมแกทำเข็ญ
เผอิญเป็นทั่วโลกให้โศกศัลย์
ถึงเทวบุตรภุชงค์พงศ์สุบรรณ
ก็เหมือนกันกับเราที่เศร้าใจ

ถ้ารักกันลั่นเปรี้ยงดังเสียงฟ้า
หูจะชาเสียงด้วยดังฟังไมไหว
แต่เงียบเงียบสิยังอึงคนึงไป
ราวกับไฟไหม้ฟางสว่างโพลง

ถ้าคนอื่นตรึกตรองก็ต้องที่
แต่เรานี้วุ่นวายแทบตายโหง
ก็มิได้สายสมรนอนคลุมโปง
ยังดังโด่งพลอยเขาน่าเศร้าใจ

                                          -----------------

จำจะแต่งเพลงยาวไปน้าวโน้ม
ว่ารักโฉมนพคุณจำรูญศรี
งามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์
ตั้งแต่พี่ได้เห็นไม่เว้นคะนึง

จึงสอดส่งศุภอรรถมาบัดนี้
ว่าสุดที่เจรจามาไม่ถึง
แสนอาวรณ์ร้อนจิตดังกฤชตรึง
ประดุจหนึ่งชีวันจะบรรลัย

                                          -----------------

ใครอยู่ดูเยี่ยงข้าหนาพ่อแม่
ลำบากแท้ยิ่งกว่าหลงเข้าดงหนาม
ถ้าใครรักประโลมลูบแต่รูปงาม
บังเกิดความทุกข์นานรำคาญใจ

ถ้ารักเขาเขาชังไม่หวังรัก
ก็ทุกข์นักทุกข์หนาเลือดตาไหล
ถ้าถ้อยทีถ้อยรักก็คงไว
คงจะได้เชยชิดสนิทกัน

งามมิงามฉันไม่ว่าถ้าควรคู่
อุตส่าห์โอบอ้อมถนอมขวัญ
เขมรลาวชาวพม่าแลรามัญ
ถ้ารักฉันก็รักไม่พักวอน

ที่กลางแห่งท่านก็ถือทำหื้อหา
ต่างภาษาแล้วไม่ขอสโมสร
บ้างเลือกไปเลือกมาปาเอามอญ
ต้องง้องอนอิงแอบเขาแทบตาย

ที่ไม่เลือกได้ดีก็มีถม
ภิรมย์สมนุชนาฏไม่ขาดสาย
ไม่ขัดสนพ้นที่จะอภิปราย
ท่านทั้งหลายฟังรู้อยู่แก่ใจ

ว่าด้วยเรื่องตัณหาแล้วน่าเกลียด
ฉันขี้เกียจอธิบายน้ำลายไหล
สำหรับโลภโศกศัลย์ทุกวันไป
กว่าจะได้พระนิพพานสำราญครัน

จะเวียนตายเวียนเกิดกำเนิดนับ
สักกี่กัปป์จึ่งจะสิ้นที่โศกศัลย์
กิเลสเล่าเมามัวเข้าพัวพัน
มัดกระสันฝูงสัตว์อยู่รัดรึง

ทำกระไรจะได้รอดตลอดล่วง
ให้พ้นห่วงตัณหาราคาขึง
ฉันก็นึกเหนื่อยหน่ายหายคะนึง
ให้คิดถึงชีวิตอนิจจัง

เดือนก็จบครบปีเดือนสี่สิ้น
ใครอย่าได้นินทาว่าลับหลัง
เอาเรื่องรักชักเหตุเทศน์ให้ฟัง
ก็เอวังหมดทีเท่านี้เอย

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN