ผู้เขียน หัวข้อ: นิราศรำพันพิลาป โดย ท่านสุนทรภู่  (อ่าน 10160 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ ดินหญ้ากาช้ำ

  • รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า
  • ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม

  • *
  • กระทู้: 6,748
  • กดถูกใจ: 112 ครั้ง
  • คะแนนกลอน 183
  • เพศ: หญิง
Re: นิราศรำพันพิลาป โดย ท่านสุนทรภู่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2009, 07:14:26 pm »

๏ โอ้เดือนอ้ายไม่ขาดกระจาดหลวง
ใส่เรือพ่วงพวกแห่เซ็งแซ่เสียง
อึกทึกครึกโครมคบโคมเคียง
เรือรายเรียงร้องขับตีทับโทน

บ้างเขียนหน้าทาดำยืนรำเต้น
ลางลำเล่นงิ้วหนังมีทั้งโขน
พวกขี้เมาเหล่าประสกตลกโลน
ร้องโยนโหยนโย้นฉับรับชาตรี

ล้วนเรือใหญ่ใส่กระจาดย่ามบาตรพร้อม
ของคุณหม่อมจอมมารดาเจ้าภาษี
ทั้งขุนนางต่างมาด้วยบารมี
ปี่พาทย์ตีเต้นรำทุกลำเรือ

ของขนมส้มสูกทั้งลูกไม้
หมูเป็ดไก่กุ้งแห้งแตงมะเขือ
พร้าวอ่อนด้วยกล้วยอ้อยนับร้อยเครือ
จนล้นเหลือเกลือปลาร้าสารพัน

แล้วเราได้ไตรดีแพรสีแสด
สบงแปดคืบจัดเป็นสัตตขันธ์
โอ้แต่นี้มิได้เห็นเหมือนเช่นนั้น
นับคืนวันปีเดือนจะเลื่อนลอย

เหลืออาลัยใจเอ่ยจะเลยลับ
เหลืออาภัพพูดยากเหมือนปากหอย
ให้เขินขวยด้วยว่าวาสนาน้อย
ต้องหน้าจ๋อยน้อยหน้าระอาอาย

ออกวัสสาผ้าสบงกระทงเข้า
พระองค์เจ้าจบพระหัตถ์จัดถวาย
ไม่แหงนเงยเลยกลัวเจ้าขรัวนาย
สำรวมกายก้มหน้าเกรงบารมี

สวดมนต์จบหลบออกข้างนอกเล่า
ปะแต่เหล่าสาวแซ่ห่มแพรสี
สู้หลับตามาจนสุดถึงกุฎี
เหมือนไม่มีตาตัวด้วยกลัวตายฯ

๏ ตั้งแต่นี้มิได้หลบไม่พบแล้ว
จงผ่องแผ้วพักตร์เหมือนดั่งเดือนหงาย
จะเงียบเหงาเช้าเย็นจะเว้นวาย
โอ้ใจหายหมายมาดเคลื่อนคลาดคลา

เหมือนใบศรีมีงานท่านสนอม
เจิมแป้งหอมน้ำมันจันทน์ให้หรรษา
พอเสร็จการท่านเอาลงทิ้งคงคา
ต้องลอยมาลอยไปเป็นใบตอง

เหมือนตัวเราเล่าก็พลอยเลื่อนลอยลับ
มิได้รับไทยทานดูงานฉลอง
โอ้ทองหยิบลิบลอยทั้งฝอยทอง
มิได้ครองไตรแพรเหมือนแต่เดิมฯ

๏ พระสิงหะพระอภัยพระทัยจืด
ไม่ยาวยืดยกยอชะลอเฉลิม
เมื่อกระนั้นจันทน์และกระแจะเจิม
ได้พูนเพิ่มเหิมฮึกอยู่ตึกราม

ครั้นเหินห่างร้างเริดก็เกิดทุกข์
ไพรีรุกบุกเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
สู้ต่ำต้อยน้อยตัวเกรงกลัวความ
ด้วยเป็นยามยากจนจำทนทานฯ

๏ ขอเดชะพระสยมบรมนาถ
เจ้าไกรลาศโลกามหาสถาน
ทรงงัวเผือกเงือกหงอนสังวรสังวาล
ถือพัดตาลตาไฟประลัยกัลป์

ประกาศิตอิทธิเวทวิเศษประเสริฐ
ให้ตายเกิดสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์
ตรัสอย่างไรไปเป็นเหมือนเช่นนั้น
พระโปรดฉันเชิญช่วยอำนวยพร

เผื่อว่าจักรักใคร่ที่ไหนมั่ง
ให้สมหวังดังจำนงประสงค์สมร
ทรงเวทมนตร์ดลประสิทธิ์ฤทธิรอน
เจริญพรภิญโญเดโชชัย

ที่หวังชื่นกลืนกลั้นกระสันสวาท
อย่าแคล้วคลาดเคลือบแคลงแหนงไฉน
มิตรจิตขอให้มิตรใจไป
ที่มืดไม่เห็นห้องช่วยส่องเทียนฯ

๏ ขอเดชะพระนารายณ์อยู่สายสมุทร
พระโพกภุชงค์เฉลิมเสริมพระเศียร
มังกรกอดสอดประสานสังวาลเวียน
สถิตเสถียรแท่นมหาวาสุกรี

ทรงจักรสังข์ทั้งคทาเทพาวุธ
เหยียบบ่าครุฑเที่ยวทวาทศราศี
ขอมหาอานุภาพปราบไพรี
อย่าให้มีมารขวางระคางระคาย

ที่คนคิดริษยานินทาโทษ
พระเปลื้องโปรดปราบประยูรให้สูญหาย
ศัตรูเงียบเรียบร้อยจะลอยชาย
ไปเชยสายสุดสวาทไม่ขาดวันฯ

๏ ขอเดชะพระมหาวายุพัด
พิมานอัศวราชเผ่นผาดผัน
ทรงสีเหลืองเครื่องไฟประลัยกัลป์
กุมพระขรรค์กรดกระหวัดพัดโพยม

ขอเดชาวายุเวกจะเสกเวท
พอหลับเนตรพริบหนึ่งไปถึงโฉม
จะสอพลอฉอเลาะปะเหลาะประโลม
เหมือนกินโสมโศกสร่างสว่างทรวง

สุมามาลย์บานแบ่งแมลงภู่
ขอสิงสู่สมสงวนไม่ควรหวง
จะเหือดสิ้นกลิ่นอายเสียดายดวง
จะหล่นร่วงโรยรสต้องอดออมฯ

๏ โอ้อกเอ๋ยเชยอื่นไม่ชื่นแช่ม
เชยที่แย้มยิ้มพรายไม่หายหอม
แต่หัสนัยน์ตรัยตรึงส์ท่านถึงจอม
ยังแปลงปลอมเปลื้องปลิดไพจิตรา

ได้บุตรีที่รักยักษ์อสูร
สืบประยูรอยู่ถึงดาวดึงสา
เราเป็นมนุษย์สุดรักต้องลักพา
เหมือนอินทราตรึงส์ตรัยเป็นไรมีฯ

๏ อย่าประมาทชาติหมู่แมงภู่ผึ้ง
ประสงค์ซึ่งเสน่หาสร้อยสาหรี
ดูดอกไม้ในจังหวัดปัฐพี
ดวงใดดีมีกลิ่นรวยรินรส

พอบานกลีบรีบถึงลงคลึงเคล้า
ฟุบแฝงเฝ้าเฟ้นฟอนเกสรสด
สัจจังจริงมิ่งขวัญอย่ารันทด
ถ้ากลิ่นใกล้ได้รสเหลืออดออม

อันโกสุมพุ่มพวงดอกดวงนี้
สร้อยสาหรีรำเพยระเหยหอม
ภมรมาดปรารถนาจึงมาตอม
ต้องอดออมอกตรมระทมทวี

แม้นรับรักหักว่าเมตตาตอบ
เมื่อผิดชอบผ่ายหน้าจะพาหนี
เหมือนอิเหนาเขาก็รู้ไม่สู้ดี
แต่เพียงพี่นี้ก็ได้ด้วยง่ายดาย

อย่าหลบหลู่ดูถูกแต่ลูกยักษ์
เขายังลักไปเสียได้ดั่งใจหมาย
เหมือนตัวพี่นี้ก็ลือว่าชื่อชาย
รู้จักฝ่ายฟ้าดินชินชำนาญ

ถึงนัทีสีขเรศขอบเขตแขวง
ป้อมกำแพงแหล่งล้อมพร้อมทหาร
เดชะฤทธิ์วิทยาปรีชาชาญ
ช่วยบันดาลได้สมอารมณ์ปองฯ

๏ จริงจริงนะจะไปอุ้มเนื้อนุ่มน่วม
ลงนั่งร่วมเรือกลพยนต์ผยอง
อยู่ท้ายพระจะได้เรียงเคียงประคอง
ครรไลล่องลอยชะเลเหมือนเภตรา

พอลมดีพี่จะให้ใช้ใบแล่น
ไปตามแผนที่ประเทศเพศภาษา
แสนสบายสายสมุทรสุดสายตา
เห็นแต่ฟ้าน้ำเขียวเปล่าเปลี่ยวทรวง

ในสายชลวนลึกโครมครึกคลื่น
สุดจะฝืนฝ่าชะเลหลวง
เห็นฝูงปลานาคินสิ้นทั้งปวง
เกิดในห้วงห้องมหาคงคาเค็ม

แขกฝาหรั่งมังค่าพวกพาณิช
สังเกตทิศถิ่นทางต้องวางเข็ม
เข้าประเทศเขตแดนเลียบแล่นเล็ม
เขาไปเต็มตามทางกลางนัที

ถ้าแม้นว่าปลาวาฬผุดผ่านหน้า
เรือไม่กล้าใกล้เคียงหลีกเลี่ยงหนี
แนวชลาน่าชมน้ำลมดี
ดูเร็วรี่เรือเรื่อยไม่เหนื่อยแรง

เย็นระรื่นคลื่นเรียบเงียบสงบ
มหรรณพพริบเนตรในเขตแขวง
แม้นควันคลุ้มกลุ่มกลมเป็นลมแดง
เป็นสายแสงเสียงลั่นสนั่นดัง

บัดเดี๋ยวคลื่นครื้นครึกสะทึกโถม
ขึ้นสาดโทรมดาดฟ้าคงคาขัง
เสียงฮือฮืออื้ออึงตูมตึงตัง
ด้วยกำลังลมกล้าสลาตันฯ

๏ แต่เรือเราเบาฟ่องถึงต้องคลื่น
ก็ฝ่าฝืนฟูสบายแล่นผายผัน
แม่เห็นคลื่นครื้นเครงจะเกรงครัน
จะรับขวัญอุ้มน้องประคองเคียง

จะเขียนธงลงยันต์ปักกันคลื่น
ให้หายรื่นราบเรียบเงียบเซียบเสียง
จะแย้มสรวลชวนนั่งที่ตั่งเตียง
ให้เอนเอียงแอบอุ่นละมุนทรวง

จะแสนชื่นรื่นรสแป้งสดหอม
เห็นจะยอมหย่อนตามไม่ห้ามหวง
เหมือนได้แก้วแววฟ้าจินดาดวง
ไว้แนบทรวงสมคะเนทุกเวลาฯ

๏ ออกลึกซึ้งถึงที่ชื่อสะดือสมุทร
เห็นน้ำสุดสูงฟูมดั่งภูมผา
ดูพลุ่งพลุ่งวุ้งวงหว่างคงคา
สูดนาวาเวียนวนไม่พ้นไป

เรือลูกค้าพาณิชไม่ชิดเฉียด
แล่นก้าวเสียดหลีกลำตามน้ำไหล
แลชะเลเภตราบ้างมาไป
เห็นไรไรริ้วริ้วเท่านิ้วมือ

แม้นพรายน้ำทำฤทธิ์นิมิตรูป
สว่างวูบวงแดงดั่งแสงกระสือ
ต้องสุมไฟใส่ประโคมให้โหมฮือ
พัดกระพือเผาหนังแก้รังควานฯ

๏ แต่ตัวพี่มีอุบายแก้พรายผุด
เสกเพลิงชุดเช่นกับไฟประลัยผลาญ
ทิ้งพรายน้ำทำลายวอดวายปราณ
มิให้พานพักตร์น้องอย่าหมองมัว

ดูปลาใหญ่ในสมุทรผุดพ่นน้ำ
มืดเหมือนคล้ำคลุ้มบดสลดสลัว
พุ่งทะลึ่งถึงฟ้าดูน่ากลัว
แต่ละตัวตละโขดนับโยชน์ยาว

จะหยอกเย้าเฝ้ายั่วให้หัวเราะ
ชวนชมเกาะกะเปาะกลมชื่อนมสาว
สาคเรศเขตแคว้นทุกแดนดาว
ดูเรือชาวเมืองใช้ใบไปมา

เรือสลัดตัดระกำร้อยลำหวาย
ทำเรือค่ายรายแล่นล้วนแน่นหนา
น้าวกระเชียงเสียงเฮสุเรสุรา
ใส่เสื้อผ้าโพกนั้นลงยันต์ราย

เหมือนเรือเปล่าเสากระโดงลดลงซ่อน
ปลอมเรือจรจับบรรดาลูกค้าขาย
ตัวคนได้ไม่ล้างให้วางวาย
เจาะตีนหวายร้อยส้นทุกคนไปฯ

๏ โดยหากว่าถ้าไปปะเรือสลัด
ศรีสวัสดิ์แพรวจะพรั่นประหวั่นไหว
จะอุ้มวางกลางตักสะพักไว้
โบกธงชัยให้จังงังกำบังตา

แล้วจะใช้ใบเยื้องไปเมืองเทศ
ชมประเภทพวกแขกแปลกภาษา
ทั้งหนุ่มสาวเกล้ามวยสวยโสภา
แต่งกายาอย่างพราหมณ์งามงามดี

ล้วนนุ่งห่มโขมพัสตร์ถือสัจศิล
ใส่เพชรนิลแนมประดับสลับสี
แลพิลึกตึกตั้งล้วนมั่งมี
ชาวบุรีขี่รถบทจรฯ

๏ จะเชิญแก้วแววเนตรขึ้นเขตแคว้น
จัดซื้อแหวนเพชรรัตน์ประภัสสร
ให้สร่างทรวงดวงสุดาสถาวร
สว่างร้อนรับขวัญทุกวันคืน

จะระวังนั่งประคองเคียงน้องน้อย
ให้ใช้สอยสารพัดไม่ขัดขืน
กลืนไว้ได้ในอุระก็จะกลืน
ให้แช่มชื่นชมชะเลทุกเวลาฯ

๏ แล้วจะชวนนวลละอองตระกองอุ้ม
ให้ชมเพลินเนินมะงุมมะงาหรา
ไปเกาะที่อิเหนาชาวชวา
วงศ์อสัญแดหวาน่าหัวเราะ

จมูกโด่งโง้งงุ้มทั้งหนุ่มสาว
ไม่เหมือนกล่าวราวเรื่องหูเหืองเจาะ
ไม่เพริศพริ้งหญิงชายคล้ายคล้ายเงาะ
ไม่มีเหมาะหมดจดไม่งดงาม

ไม่แง่งอนอ้อนแอ้นแขนไม่อ่อน
ไม่เหมือนสมรเสมอภาษาสยาม
รูปก็งามนามก็เพราะเสนาะนาม
จะพาข้ามเข้าละเมาะเกาะมาลากา

เดิมของแขกแตกฝาหรั่งไปทั้งตึก
แลพิลึกครึกครื้นขายปืนผา
เมื่อครั้งนั้นปันหยีอุ้มวียะดา
ชี้ชมสัตว์มัจฉาในสาครฯ

๏ แม้นเหมือนหมายสายสุดใจไปด้วยพี่
จะช่วยชี้ชมตลิ่งเหล่าสิงขร
ประคองเคียงเอียงเอกเขนกนอน
ร้องละครอิเหนาเข้ามาลากา

แล้วจะใช้ใบบากออกจากฝั่ง
ไปชมละเมาะเกาะวังกัลพังหา
เกิดในน้ำดำนิลดั่งศิลา
เหมือนรุกขาขึ้นสล้างหว่างคีริน

ชะเลรอบขอบเขาเป็นเงาง้ำ
เวลาน้ำขึ้นกระเพื่อมถึงเงื้อมหิน
เห็นหุบห้องปล่องชลาฝูงนาคิน
ขึ้นมากินเกยนอนชะอ้อนเนิน

ภูเขานั้นวันหนึ่งแล่นจึ่งรอบ
เป็นเขตขอบเทพเจ้าจอมเขาเขิน
จะชื่นชวนนวลละอองประคองเดิน
เลียบเหลี่ยมเนินเพลินชมพนมนิล

จริงนะจ๊ะจะเก็บทั้งกัลพังหา
เม็ดมุกดาคลื่นสาดกลางหาดหิน
เบี้ยอี้แก้แลรอบขอบคีริน
ระรื่นกลิ่นไม้หอมมีพร้อมเพรียง

สะพรั่งต้นผลดอกออกไม่ขาด
ศิลาลาดลดหลั่นชั้นเฉลียง
จะค่อยเลียบเหยียบย่องประคองเคียง
เป็นพี่เลี้ยงเพียงพี่ร่วมชีวา

จำปาดะองุ่นหอมกรุ่นกลิ่น
ก้าแฝ่ฝิ่นสินธุต้นบุหงา
ด้วยเกาะนี้ที่ทำเลเทวดา
แต่นกกาก็มิได้ไปใกล้กรายฯ

๏ แล้วจะใช้ใบไปดูเมืองสุหรัด
ท่าคลื่นซัดซึ้งวนชลสาย
ตั้งตึกรามตามตลิ่งแขกหญิงชาย
แต้มผ้าลายกะลาสีพวกตีพิมพ์

พื้นม่วงตองทองช้ำยำมะหวาด
ฉีกวิลาศลายลำยองเขียนทองจิ้ม
ทำที่อยู่ดูพิลึกล้วนตึกทิม
เรียบเรียงริมฝั่งสมุทรแลสุดตา

จะตามใจให้เพลินเจริญเนตร
ชมประเภทพราหมณ์แขกแปลกภาษา
ได้แย้มสรวลชวนใช้ใบลีลา
ไปมังกล่าฝาหรั่งระวังตระเวณ

กำปั่นไฟใหญ่น้อยออกลอยเที่ยว
ตลบเลี้ยวแลวิ่งดั่งจิ้งเหลน
ถ้วนเดือนหนึ่งจึงจะผลัดพวกหัศเกน
เวียนตระเวณไปมาทั้งตาปีฯ

๏ เมืองมังกล่าฝาหรั่งอยู่ทั้งแขก
พวกเจ๊กแทรกแปลกหน้าทำภาษี
แลพิลึกตึกรามงามงามดี
ตึกเศรษฐีมีทรัพย์ประดับประดา

ดูวาวแววแก้วกระหนกกระจกกระจ่าง
ประตูหน้าต่างติดเครื่องรอบเฝืองฝา
ล้วนขายเพชรเจ็ดสีมีราคา
วางไว้หน้าตึกร้านใส่จานราย

แล้วตัวไปไม่นั่งระวังของ
คนซื้อร้องเรียกหาจึ่งมาขาย
ด้วยไม่มีตีโบยขโมยขมาย
ทั้งหญิงชายเช้าค่ำเขาสำราญ

นอกกำแพงแขวงเขตประเทศถิ่น
เป็นสวนอินทผาลัมทับน้ำหวาน
รองอ่างไว้ใช้ทำแทนน้ำตาล
ห้องแต่งงานขันหมากเหลือหลากจริง

ถึงขวบปีมีจั่นทำขวัญต้น
แต่งเหมือนคนขอสู่นางผู้หญิง
แม้นถึงปีมีลูกใครปลูกทิ้ง
ไม่ออกจริงจั่นหล่นลำต้นตาย

บ้านตลาดกวาดเลี่ยนเตียนตะล่ง
ถึงของหลงลืมไว้ก็ไม่หาย
ไปชมเล่นเช่นฉันว่าประสาสบาย
บ้านเมืองรายหลายประเทศต่างเพศพันธุ์ฯ

๏ จะพาไปให้สร้างทางกุศล
ขึ้นสิงหลเห็นจะได้ไปสวรรค์
ไหว้เจดีย์ที่ทำเลเวฬุวัน
พระรากขวัญอันเป็นยิ่งเขาสิงคุตร์ฯ

๏ คิดจะใช้ใบข้ามไปตามเข็ม
เขียนมาเต็มเล่มแล้วจะสิ้นสมุด
เหมือนหมายทางต่างทวีปเรือรีบรุด
พอสิ้นสุดสายมหาอารณพ

เหมือนเรื่องรักจักประเวศประเทศถิ่น
มิทันสิ้นสุดคำก็จำจบ
แม้นขืนเคืองเปลื้องปลิดไม่คิดคบ
จะเศร้าซบโศกสะอื้นทุกคืนวัน

เหมือนยักษีที่สิงขรต้องศรกก
ปักตรึงอกอานภาพซ้ำสาปสรร
อยู่นพบุรีที่ตรงหว่างเขานางประจัน
เสียงไก่ขันขึ้นนนทรีคอยตีซ้ำ

แสนวิตกอกพระยาอุณาราช
สุดหมายมาดไม่มีที่อุปถัมภ์
ศรสะเทือนเหมือนอุระจะระยำ
ต้องตีซ้ำช้ำในฤทัยระทมฯ

๏ ถึงกระไรได้อุตส่าห์อาสาสมัคร
ขอเห็นรักสักเท่าซีกกระผีกผม
พอชื่นใจได้สร่างสว่างอารมณ์
เหมือนนิยมสมคะเนเถิดเทวัญ

ถวิลหวังสังวาสสวาทแสวง
ให้แจ่มแจ้งแต่งตามเรื่องความฝัน
ฝากฝีปากฝากคำที่สำคัญ
ชื่อรำพันพิลาปล้ำกาพย์กลอน

เปรียบเหมือนกับขับกล่อมสนอมเสน่ห์
สำเนียงเห่เทวัญริมบรรจถรณ์
เสวยสวัสดิ์วัฒนาสถาวร
วานฟังกลอนกลอยแก่เถิดแม่เอยฯ

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN