ผู้เขียน หัวข้อ: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)  (อ่าน 13902 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 11:59:50 am »

กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
เครดิต : จากหนังสือ รวมวรรณคดีของเจ้าพระยาพระคลัง(หน)

จักกล่าวอดีตนิทานแต่ปางก่อน
เมื่อครั้งองค์สมเด็จพระชินวร
ยังสัญชนแสวงหาโพธิญาณ

เสวยชาติเป็นสกุณาพระยานก
จึงชักเรื่องชาดกมาบรรหาร
หวังแสดงแห่งจิตหญิงพาล   
ให้ชาญชาญรู้เชงกษัตรี ฯ

ยังมีราชบรมพรหมทัต
ผ่านสมบัติกรุงแก้วพาราณสี
เป็นปฐมบรมราชธานี
ศรีสนุกสุขเกษมสวรรยา

กว้างใหญ่ยาวได้สิบสองโยชน์
พลโจษจตุรงค์คังขยา
หมื่นเมืองเลื่องพระเดชเดชา
ระอาออกอ่อนเกล้ามาอภิวันท์

เธอมีองค์อัครเรศวิไลลักษณ์
ประไพพักตร์งามเพียงอัปสรสวรรค์
ชื่อกากีศรีวิลาศดั่งดวงจันทร์
เนื้อนั้นหอมฟุ้งจรุงใจ

เสมอเหมือนกลิ่นทิพมณฑาทอง
ผู้ใดต้องสัมผัสพิสมัย
กลิ่นกายติดชายผู้นั้นไป
ก็นับได้ถึงเจ็ดทิวาวาร

ดั่งหทัยนัยน์เนตรกรุงกษัตริย์
พูนสวัสดิ์สังวาสเกษมศานต์
เป็นเอกองค์ในอนงค์บริพาร
ประมาณหมื่นหกพันกัลยา

ท้าวมีพี่เลี้ยงผู้เปรมปราชญ์
ชื่อว่านาฏกุเวรยักษา
ชำนิชำนาญการพิณอเนกา
วิชาขับกาพย์เกลี้ยงกล่าวกลอน

บำเรอจิตอิศเรศให้เรืองรณ
เมื่อทรงสกากลสโมสร
เฉลิมเมอืงเรืองฤทธิ์ขจายจร
ทุกนครเข็ดขยาดด้วยปรีชา ฯ

ปางนั้นยังมีครุฑราช
สุริยชาติล้ำสกุณปักษา
สถิตสถานพิมานรัตน์รมยา
ยอดมหาพฤกษาสิมพลี

ในเชิงเขาเมรุราชบรรพต
ปรากฎด้วยกำลังปักษี
บินหนักกวักละโยชน์ด้วยฤทธี
อาจจะข้ามนทีสีทันดร

ประกอบด้วยมนตรามหาเวท
ทั่วประเทศเกรงจบสยบสยอน
เคยเที่ยวเล่นเป็นสุขทุกนคร
สถาพรพูนสวัสดิ์อยู่อัตรา

กับบรมพรหมทัตปิ่นธเรศ
เคยประเวศทรงสกากันหนักหนา
ถ้อยทีมีชัยแลอัปรา
ก็ปรารภเพื่อจะทรงสกากล

ออกจากพิมานรัตนเรืองรอง
ผาดผยองทะยานขึ้นเวหน
ข้ามมหาสาคเรศวังวน
ก็ลุดลแดนราชธานี

ลงยังรุกขพระไทรใบชิด
นิมิตกายกลายเพศจากปักษี
เป็นมานพเสาวภาคย์โสภี
จรลีนวยนาดดำเนินมา

เข้าพาราณสีบุรีเรือง
ชำเลืองแลแปรพักตร์ส่ายหา
อันนารีตามรวดรัถยา
ใครปะตามานพก็สบใจ

ครั้นถึงเข้าท้องพระโรงธาร
อาการมิได้พรั่นหวั่นไหว
กรุงกษัตริย์ทัศนาก็แจ้งใจ
บรรหารให้นั่งอาสน์อันบวร

จึงตรัสเรียกสกานั้นมาทรง
กับองค์สุบรรณราชสโมสร
มานพเดินหลบไม่รบรอน
แล้วทับถอนผ่อนแพ้กันหลายครา ฯ

ฝ่ายอนงค์กากีศรีสมร
ทินกรบ่ายคล้อยพระเวหา
ไม่เห็นองค์พงศ์กษัตริย์ภัสดา
เสด็จมาสู่แท่นบรทมใน

จึงตรัสถามสาวสุรางค์นางสนม
ต่างประนมนิ้วทูลสนองไข
ว่าภูบาลสำราญราชหฤท้ย
ด้วยได้ทรงสกากับมานพ

ชายนั้นโฉมวิไลประไพพักตร์
แหลมหลักเชิงเล่นก็เจนจบ
ทั้งกิริยาคมสันครันครบ
อันชายในพิภพนี้ไม่มีปาน

พระเทพีฟังคดีก็ดาลจิต
ฉงนคิดพิศวงทรงสัณฐาน
ว่างามพริ้งยิ่งชายใดในดินดาน
ยุพาพาลก็เสด็จลินลามา

นแฝงใบบานทวาเรศ
นัยน์เนตรชำเลืองลอดสอดหา
พอมานพบงสบนัยตา
ประหนึ่งว่าศรแผลงแย้งยิงกัน

ต่างประหวัดหัททัยให้ไหววาบ
เพลิงราคซ่านซาบเสียวกระสัน
สองจิตสองคิดประจวบกัน
นางป่วนปั่นรันทดระทวยกาย

มิอาจยืนขืนจิตดำรงตน
ก็เลี้ยวองค์จรจรัลผันผาย
สู่อาสน์ไสยาสน์พรรณราย
กรก่ายพักตราคะนึงครวญ ฯ

ฝ่ายบรมพรหมทัตทอดสกา
เมื่อสุดาประทุษฐืจิตให้ผิดผวน
เผอิญขัดซัดบาศก์ให้แปรปรวน
ครุฑสำรวลแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ

ครั้นชายแสงรวิวรอ่อนภพ
มานพรัญจวนจิตพิสมัย
ก็ลากษัตริย์นิวัติครรไล
สู่พระไทรสำนักแต่เดิมมา

กลายเพศจากมนุษย์ครุฑราช
เผ่นผงาดลิ่วลอยพระเวหา
แผ่หางกางปีกด้วยฤทธา
บังแสงสุริยาอนธการ

บันดาลเป็นมหาวายุพัด
จบจังหวัดเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงประหาร
ครั่นครื้นตื่นทั่วจักรวาล
ถีบทะยานสู่สิงหบัญชร





ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:04:40 pm »

เข้านั่งแนบแอบนางบนแท่นรัตน์
ประคองหัตถ์ลูบกายสายสมร
จึ่งกล่าวรสพจนารถสุนทรวอน
ไยสมรเสมอชีพไม่นำพา

ช่างนอนนิ่งอิงเขนยไม่เงยพักตร์
ความพี่รักรีบร้อนเข้ามาหา
พี่คือมานพน้อยชาญสกา
หวังจะมาพาน้องไปครองกัน

ยังทิพสถานพิมานแมน
อันแสนสนุกสุขล้ำเกษมสันต์
แล้วจะพายุพราชจรจรัล
ไปเที่ยวชมสัตภัณฑ์สีทันดร

ทั้งทรายแก้วเพชรรัตน์ปัทมราช
อันเดียดาษพื้นพระเมรุสิงขร
ชมติมิงคละมัจฉาในสาคร
ฝูงกินนรคนธรรพ์ในบรรพต

แล้วจะพาเจ้าไปยังไกรลาส
อันเทวราชกัลยามาพร้อมหมด
จับระบำรำกรอ่อนชด
เลี้ยวลดขับร้องบรรเลงลาน

แล้วจะอุ้มไปเล่นอโนดาต
อันใสสะอาดที่เทพทรงสนาน
ประกอบเบญจโกสุมปทุมมาลย์
ตระการกลิ่นรินรสเรณูนวล

อย่าอาลัยในมนุษย์สมบัติเลย
มาไปเชยพิมานทองของสงวน
พลางจุมพิตปรางน้องประคองนวล
เย้ายวลเนตรคมค้อนให้ปักษา

กากีป้องปัดสลัดกร
ชำเลืองเนตรคมค้อนให้ปักษา
เออไฉนไยอาจอหังการ์
มาเอื้อนอรรถวัจนาทุกสิ่งอัน

ไม่เกรงองค์นรินทร์ปิ่นธเรศ
อันเป็นเกศกรุงไกรมไหศวรรย์
ถึงมานพจบเจนสกาพนัน
ใช่จะหมายมุ่งมั่นให้มามี

เจ้าก็เป็นพระยาครุฑอุดมเดช
วิสัยเพศพงศ์ราชปักษี
สถิตสถานพิมานทิพสิมพลี
เพราะบารมีอบรมสร้างสมมา

ไยไม่ระวังองค์มาหลงผิด
กำเริบจิตลุโลภด้วยโมหา
เสพสมรมเยศกามา
มิจฉาจารพานกรรมเข้าใส่กาย

ไม่ดีนะจงมีมโนหน่วง
ประหารห่วงบ่วงเดียวให้ห่างหาย
เจ้าก็เรืองฤทธิ์เลิสประเสริฐชาย
จะมุ่งหมายชมทิพพิมานทอง

ล้วนสุรางค์นางสวรรค์อันเนื้อทิพ
จะยกหยิบที่ไหนก็ได้คล่อง
ซึ่งเมตตาว่าจะพาบินประคอง
ไปเที่ยวท่องชมเชิงพระเมรุธร

ทั้งนทีสีขเรศสัตภัณฑ์
ทุกสิ่งสรรพ์แสนสุขสโมสร
ก็ขอบคำน้ำถ้อยสุนทรวอน
น้องไม่อยากจรอย่าเจรจา ฯ

พระยาครุฑฟังนุชสารสวัสดิ์   
ประคองรัดรับขวัญกนิษฐา
เจ้างามคมสมศรีสุนทรา
ทั้งวาจาจัดแจ่งไม่แย้มพราย

พี่ประมาทอาจองเพราะหลงรัก
ด้วยประจักษ์สำคัญที่มั่นหมาย
มิได้คิดแก่ชีวิตจะวางวาย
จึ่งว่ายฟ้าถาโถมประโลมลา

ก็ประจักษ์ว่าเป็นอัครนาเรศ
ดั่งดวงเนตรท้าวรักสมัครสมาน
จะเป็นกรรมนำตนให้ทรมาน
พี่ตริการก่อรื้ออยู่เรรวน

แต่ความรักหนักยิ่งเมรุมาศ
ทั้งดินฟ้าอากาศสักแสนส่วน
จึ่งปลงจิตมิตรภาพไม่แปรปรวน
ประมวลมอลเสน่ห์ไว้ที่ในน้อง

ถึงนางฟ้าฟกชั้นที่สรรค์ทรง
จะเปรียบองค์สมรไม่มีสอง
ว่าพลางกางกรเข้าประคอง
ตระกองโอบอุ้มแก้วกากี

ถีบทะยายผ่านขึ้นโพยมหน   
ด้วยฤทธิรณแรงราชปักษี
เฉียวฉิบพริบตาในนาที
ก็ข้ามสีทันดรสะดวกดาย

ถึงสิมพลีวันวิมานทอง
เข้าสู่ห้องวิเชียรรัตน์เรืองฉาย
วางอนงค์ลงบนแท่นพรรณราย
ก็กลายเพศจากครุฑเป็นเทวัญ

ประดับเครื่องเรืองอร่ามงามทรง
ดั่งองค์วิษณุรักษ์รังสรรค์
จากเกษียรสาครจรจรัล
มาถวัลย์แท่นรัตน์วิเชียรพราย

นั่งแนบแอบองค์ยุพเรศ
ช้อนเกศอุ้มประโลมโฉมฉาย
จุมพิตปรางน้องตระกองกาย
กรก่ายแนบสนิทชิดชวน

เลี้ยวลอดสอดกระหวัดสัมผัสต้อง
เต้ามณฑาทองของสงวน
เชยชื่นรื่นรสรัญจวนชวน
ป่วนกาเมศไหม้อยู่ไปมา ฯ

ฝ่ายอนงค์กากีศรีสวัสดิ์
ร่วมสัมผัสแอบองค์ด้วยปักษา
กำเริบรื่นในรสกรีฑา   
แต่มายามานะกษัตรี

ทำค้อนควักผลักกรแล้ววอนว่า
ไม่กรุณาน้องเลยนะปักษี
ไปหักหาญรานเสน่ห์เจ้าธานี
ไม่ทันล่วงราตรีมารีบร้อย

น้องยังไม่สบายวายทุกข์
สุดที่จะร่วมสุขสโมสร
จงรารักหนักหน่วงในอาวรณ์
ใช่จะจรจากบาทมุลิกา

น้องตกถึงสิมพลีพิมานเมศ
แรมทุเรศร้างประยูรวงศา
ไกลบรมพรหมทัตภัสดา
หมายจะพึ่งบาทาจนวันตาย ฯ

พระยาครุฑฟังนุชเสนาะถ้อย
ดั่งน้ำพลอยเพชรรัตน์จำรัสฉาย
ถนอมกรรับขวัญแล้วบรรยาย
เจ้าสายสุดสวาทโฉมประโลมลาน

ซึ่งเรียมพามานิรานิราศรัก
ประยูรศักดิ์นคเรศอันไพศาล
เพราะสวาทนาฎน้องยุพาพาล
ไม่เกรงการอริราชและเวรา

ดังได้ดวงมณฑามหาวิเศษ
ของตรีเนตรในดาวดึงสา
อันหอมหวนอวลอบทั้งโลกา
จะหน่วงช้ามิให้ชมนั้นสุดใจ

จงสร่างโศกมาเกษมสวาทบ้าง
อย่าให้ร้างเลิศชิดพิสมัย
พลางกระหวัดรัดรวบภิรมย์ใน
ชงฆะไขว้ในเชิงละเลิงลาน

บันดาลพลาหกเทวบุตร
ก็ผึ่งผุดตั้วทั่วทิศาศาล
โพยมพยับอับอึงอนธการ
สะท้านถึงเมรุราชสีขริน

สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น
คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์
ฝูงมหามัจฉาในวาริน
ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย

อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด   
ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย
ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย
รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์

แมลงภู่ทิพรีบร่อนมาเอาซาบ
อาบละอองต้องทั่วทุกขุมขน
สองสุขสองเกษมเปรมสกนธ์
สองกมลสองสวาทไม่คลาดกัน

ครุฑลืมลงเล่นอโนดาต
วรนาฏลืมมิ่งมไหศวรรย์
ครุฑลืมลงเล่นสัตภัณฑ์
สุดาจันทร์ลืมพัรตร์พระภัสดา

ครุฑลืมร่อนเล่นโพยมบน
นฤมลลืมสนทสนิทหน้า
ครุฑลืมไล่คาบนาคา
กัลยาลืมเล่นอุทยาน

ครุฑหลงชมทรงสมรชื่น
นางหลงรื่นรสทิพปักษาศาล
ครุฑละเลิงหลงเชิงยุพาพาล
เยาวมาลย์หลงเล่ห์ประหลาดโลม

ครุฑหลงกลิ่นแก้วขจรรื่น
นางหลงชื่นรสทิพอันเฉิดโฉม
ครุฑหลงกระบวนชวนตระโบม
นางหลงโสมนัสในสกุณา

ครั้นศศิธีคล้อยเคลื่อนลับ
ดาราดับสิ้นแสงสว่างหล้า
พระพายชายพัดรำเพยพา
สกุณาพร้อมเพรียงพิมานทอง

ดุเหว่าทิพที่ประจำสิมพลี
ก็ร้องมี่ส่งเสียงสำเนียงก้อง
ภาณุมาศเร่งราชรถทอง
ผาดผยองเยี่ยมยอดยุคุนธร ฯ

ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:08:48 pm »

พระยาราชสุบรรณก็พลันตื่น   
ประคองชื่นเล้าโลมโฉมสมร
พี่จะอุ้มยุพาพินบินจร   
ไปชมขุนสิขรชะเลวน

ว่าพลางทางประคองยุพเรศ
อุ้มประเวศบินโดยพระเวหน
ราร่อนให้อ่อนด้วยลมบน
พลางเชยชื่นกมลด้วยกลิ่นนาง

ชี้บอกยอดเขาพระเมรุมาศ
แก้วประหลาดงามดีเป็นสี่อย่าง
แดงเขียวขาวเหลืองเรืองนภางค์
เกาะทวีปใหญ่กว้างทั้งสี่ทิศ

ทวีปน้อยสองพันเป็นบริวาร
สัณฐานดังจอกลอยกระจิหริด
มีพฤกษาใหญ๋ล้ำประจำทิศ
เกิดสถิตแต่ประถมแผ่นดิน

ชี้ชมเขาแก้วทั้งเจ็ดชั้น
มีน้ำคั่นหลั่นลดชลาสินธุ์
หมู่มหามัจฉาและนาคินทร์
อันอยู่ในวารินสีทันดร

สารพัดมีสัตว์จตุบาท
คชสีห์สิงหราชและไกรสร
สิงโตโคกิเลนและมังกร
นรสิงห์กินนรและคนธรรพ์

แล้วชี้บอกรุกขชาตินารีผล
อันติดต้นเปล่งปลั่นดั่งสาวสวรรค์
แต่ไม่มีวิญญาณ์เจรจากัน
วิชาธรคนธรรพ์มาเชยชม

ครั้นเจ็ดวันก็อันตรธานไป
แล้วบันดาลเกิดใหม่ได้สู่สม
พลางบอกพลางหยอกสำราญรมย์
แล้วพาบินลอยลมมาสิมพลี

สองสนิทพิศวงสวาทจิต
ชื่นชิดปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ไม่แหหแางร้างรักสักนาที
ในป้องรัตนมณีพิมานบน ฯ

ฝ่ายบรมพรหมทัตนฤเบศร์
ครั้นหายเหตุเกิดการกุลาหล
ไม่ยลพักตร์กากีนฤมล
คิดฉงนฉงายเหงาเปล่าฤทัย

เมื่ออนงค์เนาแท่นไสยาอาสน์
หลากประหลาดจรดลไปหนไหน
จึ่งให้ค้นทั่วมณฑิราล้ย
ทั้งนอกในพระปรัศว์เรือนจันทน์

มิได้พบจสกลวังราช   
ภูวนาถโศกโทมนัสศัลย์
โอ้กากีศรีสุดาลาวัณย์
เจ้าผู้ขวัญเมืองมิ่งวิมลมาลย์

สงวนน้องมิให้ต้องธุลีลม
ยามชมมิให้ช้ำล้วนคำหวาน
ยามต้องค่อยประคองแต่พอพาน
ยามประสานเนตรน้องแต่พอนวล

ยามแนบพี่ถนอมมิให้หนัก
ผจงรักนิ่มน้องครองสงวน
อยู่หลัดหลัดฤๅมาซัดให้เรียมครวญ
โอ้ว่านวลหน่ายแหนงไปแห่งใด

พระถวิลหวั่นใจให้เทวษ
อัสสุชลนองเนตรพิลาปไหล
พระลืมองค์หลงทัศนาใน
เห็นเงาไหวคล้ายเคลิ้มว่ากากี

ยุรยาตรจากอาสน์โองการตรัส
ศรีสวัสดิ์ไยหมางระคางพี่
แล้วง่าหัตถ์รับขวัญไปทันที
ไม่ยลศรีสุดาลักษณ์แล้วโศกา

เสด็จยังที่นั่งเย็นไม่เห็นหาย
ผ่อนระบายอัดอั้นในนาสา
สะท้อนถอนฤทัยถวิลแล้วลินลา
ชำเลืองหารอบริมภูเขายล

ที่เคยสรงสนานในอ่างแก้ว
อัดทดแถวน้ำกระจายเป็นสายฝน
ที่เคยเล่นมิได้เห็นนฤมล
ฤๅเจ้าดลแดนสระปทุมมาลย์

พระเสด็จเลี้ยวชลาไปท่าสระ
มิได้ปะนิ่มอนงค์ยิ่งสงสาร
พระเยี่ยมยลแต่อุลบแบ่งบาน
โอ้ว่ากานดาดวงไปแห่งใด

แล้วเสด็จเกยแก้วกุญชริน
ยุพาพินมาประพาสฤๅไฉน
ไม่สบสมรแล้วก็จรจรัลไคล
สู่ไพชยนต์รัตนเรืองพราย

เอนองค์ลงกับอาสน์อิงเขนย
กรเกยพระนลาฏแล้วใจหาย
ชลเนตรคลอเนตรลงพร่างพราย
โอ้สายสวาทร้างอุราทวา

นิเวศน์วังตั้งเที่ยวตลบจบ
มิได้พบนิ่มน้องสนองหน้า
ฤๅอิศเรศประเวศทรงอุสุภา
ลักสุดาเหินเหาะไปหิมพานต์

ฤๅจักรกฤษณ์ฤทธิรงค์ทรงครุฑ
มาลักนุชพี่ไปร่วมภิรมย์สมาน
ฤๅธาดาทรงมหาหงส์ทะยาน
ลักสมรไปสมานพิมานพรหม

ฤๅอินทรืองค์ทรงพระยาไอยเรศ
ลักดวงเนตรพี่ไปดาวดึงส์สม
ฤๅสุริยงทรงรถอันลอยลม
มาลอบชมกลิ่นแก้วแล้วพาจร

ฤๅพระเพลิงฤทธิรงค์ทรงแรด
มาเวียดแวดพาน้องไปสมสมร
ฤๅพระพายชายทรงอัสดร
มาอุ้มบังอรแอบอุราไป

ฤๅครุฑาวาสุกรีวิทเยศ
มาโลมลวงดวงเนตรไปฤๅไฉน
เสียดายเอ๋ยมได้เคยระคายใจ
เวรใดจึ่งคลาดที่เคล้าคลึง

จะหาทรงสุดวงศ์กษัตริย์สิ้น
จะหากลิ่นสามภพไม่หอมถึง
พระสะอื้นรัญจวนครวญคะนึง
ถึงเมื่อราเมศร้างแรมสีดา

ยังได้ข่าวทศพักตร์มันลักนุช
ข้ามสมุทรปนครของยักษา
พระหริวงศ์กับองค์อนุชา
ได้โยธาพานรินทร์ก็รีบตาม

จองถนนยกพลพยุหทัพ
ไปตั้งรับชิงชัยในสนาม
ล้างอสูรแหลกลงในสงคราม
ได้นงรามคืนยังอยุธยา

ปางพระไทรโอบอุ้มอนิรุธ
ไปสมสุดสวาทสร้อยศรีอุษา
แล้วพาพรากจากรักภิรมยา
ให้สองรานิราศร้างกันกลางคัน

ยังมีนางศุภลักษณ์เที่ยววาดทรง
ประสบองค์อนิรุธรังสรรค์
แล้วพาเหาะสมอุษาวิลาวัณย์
สองกระสัแสนสุขสถาพร

ปางพระสมุทรโฆษชำนาญศิลป์
บำเรอพินทุมดีศรีสมร
แสนวิโยคโศกข้ามชโลธร
ขี่ขอนคลื่นซัดให้พลัดกัน

อันแสนยากปิ้มปานไม่พานพล
ก็ยังสบร่วมรสภิรมย์ขวัญ
คืนสถานผ่านภพโรมคัล
ถวัลยราชย์สืบวงศ์ประเวณี

ปางสุธนแรมร้างมโนหเรศ
นางประเวศไกรลาศคิรีศรี
ก็ตามติดมิได้คิดแก่ชีวี
ข้ามนทีกรดยากลำบากกาย

ทั้งแสนเขาป่าคั่นอรัญเวศ
ทางทุเรศไปได้เหมือนใจหมาย
ถึงไกรลาสสมน้องประคองกาย
แล้วพาผายสู่อุดรปัญจา

ปางท้าวธตรฐมหาหงส์
จางอนงค์เหมราชปักษา
ไปในป้องเขมะสระปทุมมา   
ต้องติดบ่วงพรานป่าอยู่รึงรัง

กับสุมุขเสนาพระยาหงส์
ดังชีวิตจะปลิดปลงในกรงขับ
พเนจรคอนถึงนิเวศน์วัง
แล้วกลับหลังยังถ้ำคูหาทอง

ขมคณานางหงส์ทั้งหกหมื่น
สำราญรื่นเปรมปรีดิ์ไม่มีสอง
บรรดาจากพรากคู่ยังคืนครอง
แต่นิ่มน้องจรดลไปหนใด

ถึงจะข้ามหิมวาสาคเรศ
ประจักษ์เหตุแล้วจะตามไปจงได้
นี่สุดจิตสุดคิดก็สุดใจ
สุดอาลัยก็สลบลงแดยัน ฯ

ฝ่ายนางพระสนทสนิทเฝ้า
ก็สร้อยเศร้ากำสรดกำสรวลศัลย์
บ้างสองกรข้อนอุราเข้าจาบัลย์
โอ้พระขวัญเมืองมิ่งวิมลมาลย์

เคยเย็นเกล้านรินเป็นปิ่นปัก
พระปลงรักมิได้ร้างห่างสมาน
ไยสมรจึ่งมาจรให้แดดาล
จนท้าวลาญชีพล่วงชีวาลัย

แม่สถิตปรางค์ทองไม่ต้องลม
กรรมนิยมจรดลไปหนไหน
ฤๅเคืองขัดในภูวนัษไตร
ก็ควรไขข้อแจ้งกิจจาขยาย

อยู่ดีดีต่อมีมหัศจรรย์
พอเหตุนั้นเหือดห่างนางก็หาย
ครั้นจะคิดเบาความว่าตามชาย
ก็สุดหมายที่จะมุ่งประมาณการ

ร่ำพลางทางเชิญสุคันธรส
ทั้งโอสถชโลมองค์ทรงสนาน
บางอนงค์นวดฟั้นอยู่งาน
นฤบาลค่อยได้ฤทัยคืน

ลืมเนตรเห็นสนทสนิทแน่น
ยิ่งโศกแสนโศกีไม่มีชื่น
พระจากอาสน์ฝืนองค์ดำรงยืน
ก็ออกฟื้นพระโรงรัตน์วัจนา

เล่ายุบลคนธรพ์ว่านางหาย
เฉาฉงายไป่แจ้งที่แห่งหา
ไฉนนายจะได้สายสมรมา
เจ้าปรีชาช่วงผดุงจรุงความ ฯ

ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN