ผู้เขียน หัวข้อ: ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)  (อ่าน 11586 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 01:07:15 pm »

โคลง 2
๏ พระภูมีคิคได้         แม้จะรื้อร่ำไห้
ห่อนรู้อาการ
๏ ลูกจะลาญชีพแล้ว      ฤๅพ่อหลงอยู่แก้ว
พอ่นี้ไป่วาย
๏ ฦๅสายดำรัสสั่ง         มนตรีตรวจพลพรั่ง
พร้อมถ้าเสด็จจร ฯ


ร่าย
๏  ภูบคิศรมหิษี มอบบุรีเวียงราช ไว้อำมาตย์บริร้กษ์ เสด็จขึ้น
อัครกเชนทร คลี่นิกรดาษดา โดยรัถยารัญเวศ ทางเยาวเรศโอรส
พระกำหนดแนวตรง บงพระเนตรเสาะหา เห็นพฤกษาช่อช้อย แล้ว
รอยหักกิ่งห้อย ละห้อยหวนหา ฯ

โคลง 4
๏  มาดลแดนที่ไหล้         มฤคิน
อำมาตย์ทูลนรินทร์      เรึ่องล้อม
พระภูบดีถวิล         ใจเทวษ ถึงนา
เร่งรีบพหลด้อม         ติคเต้าตามรอย ฯ
๏  คลาคคล้อยสูญที่เท้า      พาชี
เลือนลบรอยมฤคี         แห่งนั้น
หาทั่วถิ่นคีรี          หิมเวศ
บพบพระลูกอั้น         อกไห้โหยหา ฯ
๏  โอฤๅอารักษ์ถ้ำ         เถื่อนเขา
เห็นรับรักพระเยาว์      ยอดแก้ว
เทพาพา้ซ่อนเนา         หนแห่ง ใดนา
ช่วยช่วยชี้พบแล้ว         แต่งตั้งสรวงถวาย ฯ
๏  ฤๅลูกวายชีพด้วย      สุบรรณ
ฉวบฉาบผาดผยองผัน      สู่งิ้ว
ฤๅวาสุกรีจรัล         พบพระ ลูกนา
รวบรัดกระหวัดหิ้ว         แล่นเลื้อยบาดาล
๏  ฤๅว่าพระยาสารเสื้อง      ซึมมัน
เห็นแล่นไล่แทงทัน               ลูกแก้ว
ฤๅกาสรใจฉกรรจ์         ขวิดเสียว เสียฤๅ
แม้ว่าสูญชีพแล้ว         ศพนั้นฤๅสูญ ฯ
๏  สองอาดูรเทวษไห้      โหยหา
อสุชลนองนัยนา         เนตรย้อย
ปีอพลเสาะแสวงหา              หิมเวศ
บพบราชบุตรคล้อย              เคลื่อนรี้พลจร ฯ
๏  ภูธรธิราชตั้ง         เสนา
กับหมู่พลอัศวรา         เชื่องใช้
แวดตระเวนมรรคา               เขจขอบ
จวบพระเยาวยอดจึงให้      เลิกเข้าคืนสถาน ฯ

โคลง 2
๏ พระบรรหารสสังถ้อย      เสร็จแล้วคลี่พลคล้อย
ป่าไม้มาเมือง
   ดลบุรีเรืองร่ำไห้         หาพระโอรสไท้
ธิราชเจ้าฤๅถวาย ฯ

ร่าย
๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์กษัตริย์ ทรงกัณฐัศว์ลีลาศ พี่เลี้ยงราชยุดหาง
จรในกลางหิมเวศ   โดยเศวตมฤคา ล่วงทิวารัตตี พลัดมนตรีไพร่
พล ว้ากมลหมองหลาย แลหาหายรอยมฤก พะนิ่งนึกโอหลง
ชักม้าวงเวียนกลับ   หาทางทัพบพบ แล่นตระหสบหลายท่า่หลง
เข้าป่า่ตรอมเตริน   พนมเนินร่มระหง   พื้นประยงค์ยูงยาง   คัดค้าว
คางแคเคยง   หิงหายเหียงมะหาด ตองตูมตาดเตงแต้ว กอกกัก
แก้วเกดกุ่ม   รักโรครุมรกรัก สีเสียดสักโศกสน บ้างทรงผลผลิดอก
ออกกระพุ่มเกสร หอมขจรจรุงจิต ภูมีพิศพิสมัย ชักมโนมัยมา
พลาง ไต่ตามทางดงดาน   ผ่านเข้าช่องเขาเชียว เหลียวตลสูงจรล้ำ
ยอคชง้ำเ่งื้อมเมฆ   วิเวกคุดอัสสกรรณ   เป็นช่องชันซอกผา เหลึ่อม
ศิลานแลพราย ดังสีระบายลอออ่อน เงื้อมชะง่อนงอกหน่อ ย้อย
เป็นช่อยึ่นยาน มีแถวธารไหลหลั่ง โจนกระทั่งพะผา เสียงชลา
พิลึกลั่น ครืนเครงครั่นโครมครึก ลมพัดคึกหวนเขา พฤกษาเสลา
สล้าง   เสียงลิงค่างบ่างชะนี ผี โป่งกู่ก้องเนิน กระทิงเตรินเตริกมัน
ยามสายักห์ยอแสง   พระเสียวแสยงเสียงสัตว์   ฤทัยธวัชอาดูร พี่
เลี้ยงทูลอย่ากลัว ชักชวนหวัวหายเศร้า   จรไต่เต้าพนาลี ฉราตรี-
เตริ่นมา ล่วงวนาทิวทุ่ง   มุ่งเมินมาเหมือนหมาย   รอยเทพทราย
เผือกผู้ แกล้งจะชักเชยชู้   ชึ่นชู้ปรีดา ฯ

โคลง 2
๏ เห็นมรคาแห่งหั้น      ภูมีพี่เลี้ยงนั้น
รีบร้อนจรลี
   ไปกรรณธานีแท้      บนานผ่านสถลแข้
เขคแคว้นบูรี ฯ


โคลง 4
๏ ยังมีชายหนึ่งเค้า      เมียตาม
สองสมผัวเมียงาม         แช่มช้อย
จักจรสู่ปจันคคาม         เคียมญาคิ
เพราะพึ่งร่วมรสข้อย      ย่างเยื้องงามขบวน ฯ
   พระยลยวนนุชพริ้ม      เพราคม
เสียวสวาทหวังอารมณ์      ร่วมไ้ซร้
พี่เอยช่วยนิยม         เยี่ยมแม่   หญิงแฮ
วานพี่ลักกลให้         เสน่ห์แท้คราวเข็ญ ฯ
   พระเอยยามยากกลั้น      กระหาย
เสพย์สิ่งใดอย่าหมาย      อิ่มท้อง
รสใดจะหลงหลาย         ดุจรส   ราคนา
พ่ออย่าหลงเลสต้อง      วุ่นว้ายภายหลัง ฯ


ร่าย
๏ พี่เลี้ยงยังภูวนาถ ให้เอนอาตม์แอบกาย ในร่มฉายรุกข์ชัฏ ภู
ษาดัดเวียนวง บเห็นองค์ภูวเรศ จึงแปรเพศรูปา เป็นทวิชาชาว
เวียง   จูงม้าเมียงแทบทาง ผูกม้าพลางแล้วคอย เห็นบ่าวน้อยมา
แค่ ทำวิ่งแร่รับขวัญ สรรมธุรสเอมอ่อน ว่าดูกรสองท่าน เป็นบุญ
ผ่านมาพะ    ปางขณะใจจน เราสองคนกับภรรยา จากคฤหาห่างญาติ
จักลีลาศเมือเมือง   บัดนี้เคืองครรภา แห่งภริยาเราหยุด นางเจ็บ
สุดเสียดท้อง    ตูจะต้อง บรรหารตึง หนึ่งใช่การเราชาย   ขอจงนาย
อนุกูล   เฉกประยูรอย่าหมาง วานน้องนางแส้แท้ ช่วยข่มอุทรแม่
รอดไชร้ผลหลาย ฯ

โคลง 4
๏ ชายผัวหลงเลสชู้         ชายวาน
กล่าวแก่เมียรักสาร         ซื่อแท้
จงนุชช่วยเอาภาร         ธุระทุกข์ พรา์หมณ์นา
เป็นประเวณีแล้         เทวษนั้นแสนทวี ฯ
   นารีรับพจน์แล้ว         ลีลา
บยลกลทวิชา         ซ่อนไท้
นางถึงที่ภูษา         วงราช
ลอดม่านเห็นองค์ไท้      ดั่งนั้นตระลึง 
   เสียงร้องอึงว่าโอ้      โอยชาย
พี่เลี้ยงรับคำขยาย         ตอบถ้อย
เป็นหญิงก็สืบสาย         ชายยิ่ง ดีแม่
แน่งนิ่งเถิดช่วยน้อย      หนึ่งให้เป็นบุญ 
   พระหมุนฉวยยุดแก้ว      กันยา
กรประคองกานดา         แนบเนื้อ
จุมพิตประโลมสาั         ทรเสน่ห์
รีบร้อนรสเร่าเกื้อ         ทื่ร้างแรมมาร
   ราชาชมชึ่นชู้         นางจร
นางภิรมย์รสภูธร         ผ่องแผ้ว
พระหลงเลสสายสมร      ยามเมื่อ แคลนนา
จึ่งประทานแหวนแก้ว      ค่าแท้ควรเมือง ฯ
   บุญเรืองยิ้มแล้วรับ      ธำมรงค์
ประณตแทบบาทบงสุ์      ท่านไท้
ลาลอดออกจากวง         ภูสิต
มาสู่ผัวนางไหว้         ยั่วยิ้มพรายขนาง ฯ
 

ร่าย
๏ ผัวนางพานางคลาด   พี่เลี้ยงราชมาสู่ ถึงภูธรแล้วถาม   
พระบอกความหนหลัง   พี่เลี้ยงฟังลูบอก ไยพระยกธำมรงค์ สำหรับองค์อิศรราช
ไปประสาทเสียกาม ข้อยจะตามคืนควร สรวลพลางพี่
เลี้ยงแล่น   ทันทำแค้นสาวน้อย แหวนติดก้อยแม่มา รอเถิดรา
อย่าหมาง นางยื่นพลางหยิกยิ้ม ชายเนตรพริ้มเพรารับ พี่เลี้ยงกลับ
สู่ราช   ฝ่า่ยภูวนาถทรงพาชี พุฒศรีเคียงจรจรัล ดั้นโดยมรรคา
บหึง   ถึงศาลาสำนัก ขึ้นนั่งพักผ่อนหิว ลมพัดฉิวเย็นเฉึ่อย พี่เลี้ยง
เหนื่อยนอนสนิท บพิตรนั่งระวังม้า ศาลานั้นใกล้ท่า สระแก้วกษัตรีย์ ฯ

โคลง 4
๏ สระศรีสมเด็จเจ้า      กรุงกรรณ์
ผดุงแต่งสนุกพรรณ      มิ่งไม้
สำหรับธิดาจรจรัล         รมเยศ
ถึงเจ็ดวันหน่อไท้         เล่นน้ำสำราญ ฯ
๏ ดลวารตระบัดเจ้า         จอมเมือง
ประทุมวดีบุญเรือง         ลูกท้าว
สาวสุรางค์นางเนือง      นับหมึ่น
แห่ห้อมล้อมนาถเจ้า      แม่เพี้ยงอัปสร ฯ
๏ จรลาบิตุเรศแล้ว         บทมาลย์
ทรงสีวิกากาญจน์         ก่องแก้ว
สาวสนมบริพาร         แหนแห่
ถับถึงสระสวนแผ้ว         ผ่องน้ำใจเกษม ฯ


ร่าย
๏  นางปรีดิ์เปรมประดิพัทธ์ เสด็จจากรัตนวอทอง สาวสนมนอง
เนืองนันต์ จรจรัลจากอาสน์ ลงในชาตชโลธร กับนิกรนาเรศ ชม
โกเมศโกมุท   อุบลบุษบัวบาน ตระการกลิ่นเกสร หมู่ภมรร่อนคลึง
เคล้า   เอารสเรณูเร้า ร่อนร้องระงมชล 

โคลง 4
๏ ยลมัจฉส่ำคล้า         ในชโล
เทพาพาเทโพ         คลาดเคล้า
หมู่ช่อนชวนชะโด         โดดโลด หนนา
คางเบือนเบือนหน้าเข้า      ฝั่งพ้นไพรยวน ฯ
๏ นวลจันทรจันทเมษม้า      แมวเลีย
เนื้ออ่อนนกเขาเกลีย      สู่ค้าว
กริมกรายถวายเพลี้ย      นาเนก
ทองพลุกอุกอ้ายอ้าว      คุกต้องแดงตาม ฯ
๏ หมูพราหมณ์ว่ายพริบพร้อม   หาพรหม
ช้างเหยียบช้างเหยียบจม      เเล่นเลี้ยว
หลาดหลาดสลิดสลอนสลม        เลียบฝั่ง
อ้ายบ้าหาไอ้เบี้ยว         บอกให้หาแส ฯ
๏ กระแหทองท่องท้อง      ชลธาร
ทงเหงเห่งเห้งหาญ         ปากกล้า
แชวงแว่งแว้งพาล         ผิดเพื่อน
ราหูหู่หู้หน้า            เพศเพี้ยงอสุรินทร์ ฯ
๏ พระเทพินพาพวกพ้อง      บริพาร
เวียนว่ายในชลธาร      ท่องเหล้น
แสนสนุกสำราญ         ฤๅอิ่ม   ใจนา
ร้องลำนำรำเต้น         สุขเร้นสำราญ ฯ
๏ ภูบาลบพิตรค้อย         โฉมสมร
งามเงื่อนเฉกอัปสร         สู่หล้า
ดวงพักตรดังจันทร      เพ็ญภาคย์ กูเอย
โฉมแม่งามพี่ว้า         จิตดิ้นแดยัน ฯ
๏ เกาทัณฑ์ค้อมดุจค้อม      ขนงสมร
ขนเนตร์งอนดุจงอน               รถไท้
สองเนตร์สองเสมอศร      เสียวจิต พี่แม่
ปรางเปล่งเห็นเรียมให้      นึกเน้นปรางนวล ฯ
๏ โอษฐสรวลเสียวว่าแย้ม           ยวนรับ
ศอดั่งศอหงส์ขยับ         ปีกหร้อน
ถันนายุคลาคับ         ทรวงเต่ง เต้าแม่
สรรพสรรพางค์อ่อนอ้อน      นิ่มเนื้อนวลผจง ฯ
๏  พระบงโฉมนุชพริ้ม      ลืมพรับ
พอเนตรนางแลจับ         เนตร์ไท้
สองเสียวสวาทรับ         พักตร์ต่อ กันนา
นางเหลือบแลเห็นให้      เสน่ห์ท้าวแสนทวี ฯ



ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN