ผู้เขียน หัวข้อ: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)  (อ่าน 13789 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:14:31 pm »

คนธรรพ์อภิวันท์ถวิลหวาด
เชิงฉลาดชำนาญชาญสนาม
ทูลสนองให้ต้องสำเนาความ
ซึ่งนงรามนิราศแรมนรินทร์

เมื่อพระองค์ทรงสกากับมานพ
ข้าเบือนพักตร์พอพบก็ดาลถวิล
เห็นตาชายต่อตายุพาพิน
ข้าคิดกินใจช้ำระกำแทน

พอเกิดการโกลาในอากาศ
เห็นสมมาดนางหายข้าหมายแม่น
ชะรอยครุฑเป็นมนุษย์มาในแดน
ลักแสนสุดสวาทของท้าวไป

จะอาสาธิบดินทร์ปิ่นธเรศ
ฟังรหัสแห่งเหตุที่สงสัย
อีกเจ็ดวันเห็นสุบรรณจะคลาไคล
มาโรงชัยข้าจะดูให้รู้กล

แม้นประหลาดก็จะล่วงครรไลตาม   
ไม่เข็ดขามจะเข้าแทรกในขุมขน
ให้ถึงสถานพานพักตร์นฤมล
จะแก้กลปักษีให้ส่งนาง

ท้าวสดับคนธรรพเสนาะถ้อย
ที่โศกสร้อยหฤทัยค่อยใสสว่าง
กลับยังบัลลังก์รัตน์คะนึงนาง
มิได้ว่างวายเว้นทิวาวัน ฯ

ฝ่ายพระยาครุฑราชฤทธิรอน
เชยสมรสมานชมภิรมย์ขวัญ
ในห้องทิพพิมานสำราญครัน
ต่างกระสันแสนสวาทไม่คลาดคลาย

ถึงกำหนดเจ็ดวันจะทรงสกา
สุบรรณานิ่งนึกแล้วใจหาย
มิไปเล่นเห็นท้าวจะเคืองระคาย
ดำริแล้วอภิปรายประโลมนาง

เจ้าดวงมณฑาทองทิพมาศ
แสนสวาทพี่มิใคร่จะไหลข้าง
เมื่อพี่ไปทรงสกาแล้วพานาง
เห็นจะหมางมุ่งเรียมทั้งบุริน

รุ่งพรุ่งนี้พี่จะาพะงางาม
ไปตัดความสงสัยเสียให้สิ้น
เจ้าอยู่ไพชยนต์รัตน์มณีนิล
บ่ายแสงทินกรจะจรมา ฯ

กากีได้สดับคดีสั่ง
ให้แค้นคั่งคำราชปักษา
ดั่งเพลิงพิษติดรุมอุรภา
ชลนาคลอเนตรละลุ่มหลง

จึ่งวอนว่าข้าแต่สุบรรณราช
เจ้าว่าแสนพิศวาสให้น้องหลง
สู่บ่ายบากจากตระกูลประยูรวงศ์
อีกทั้งองค์พรหมทัตภัสดา

ก็มุ่งหมายว่าจะวายชีวาด้วย
จึงเอออวยร่วมรสเสน่หา
ไม่ทันไรจะนิราศให้อาทวา
อนิจจาใจจางมาหมางใจ

ข้ารู้เชิงอยู่ว่ามีที่เชยชื่น
แต่แสร้งอำนำอื่นมาแก้ไข
ถ้าหน่ายแหนงแล้วจงแจ้งแต่จริงไป
ใช่จะหน่วงเสน่ห์ไว้เมื่อไรมี ฯ

พระยาครุฑฟังนุชแล้วแย้มสรวล
ไฉนนวลมาพิโรธรำพันพี่
ใครเล่าแจ้งฤๅเจ้าแคลงกมลมี
ฤๅใส่ใพอให้สมอารมณ์ปอง

เจ้าเนื้อหอมเป็นจอมจรรโลงหญิง   
เห็นสุดสิ่งที่จะเปรียบเสมอสอง
ว่าพลางเชยคางเคียงประคอง
ประจงต้องเต่งเต้าปทุมมาลย์

เจ้าอย่าหมองใจหมางระคางสวาท
จำนิราศไปกรุงไกรไกศาล
ดังกระหายบังวายที่อัประมาณ
เพาะถึงกาลกำหนดเป็นสัญญา

แม้นมิไปไหนเลยจะพ้นพักตร์
เสียดายศักดิ์เขาจะแสร้งว่ามารษา
ไม่ถึงวันก็จะพลันนิวัติมา
ยุพาพาลจงสำราญวิมานทอง ฯ

กากีฟังครุฑเห็นสุดห้าม
ประจักษ์ความบรรยายก็หายหมอง
ชุลีกรวอนร่ำเป็นทำนอง
จะจากห้องให้น้องเอกากาย

ฤๅษีสิทธิ์วิทยาวิชาธร
ย่อมฤทธิรอนเหินเหาะได้มากหลาย
ถ้ารู้ความก็จะหยามหยาบระคาย
หญิงฤๅจะสู้ชายเห็นสุดที

แต่เสียหนึ่งได้สองก็ต้องห้าม
ถ้าซ็สามปฏิพัทธ์โอ้บัดสี
จงตริการอย่าให้พานราคีมี
เหมือนช่วยชีวิตน้เองให้นานวัน ฯ

พระยาราชเวนไตยได้สดับ
ถนอมรับกรน้องประกรขวัญ
เจ้างามงอนช่างฉ้อนรำพันครัน
อย่าครั่นคร้ามอริราชจะแผ้วพาน

จะร่ายมนต์ผูกทวารวิมานไว้
ถึงผู้ใดจะเข้าผลักหักประหาร
ไม่อาจทำลายเวทวิเศษชาญ
เยาวมาย์แม่อย่าหมองกมลใน

แต่เวียนปลอบเวียนสั่งสังวาสน้อง
จนแสงทองเรืองรางสว่างไข
ประโลมเล้ากานดาแล้วคลาไคล
ออกจากไพชยต์รัตน์เรืองสุวรรณ

ก็โอมอ่านมนตรามหาเวท
อันวิเศษผูกบานทวารมั่น
แล้วบินโบยโดยฤทธิ์แรงสุบรรณ
ไม่ทันพริบตาถึงธานี

ลงสู่รุกขนิโครธก็แปลงเพศ
เป็นมานพเยาวเรศเฉลิมศรี
เข้าสู่พระโรงธารธเรศตรี
นฤบดีทัศนาเห็นมานพ

จึ่งเอื้อนโองการตรัสวัจนา
ดูเราเจ้าผู้ชำนาญในการจบ
ข้าคอยนานจนสายสว่างภพ
คิดว่าสบธุระร้อนไม่จรมา ฯ

ครุฑฟังทรงธรรม์ก็หวั่นหวาด
เชิงฉาลาดทำฝืนให้ชื่นหน้า
สนองสารซึ่งช้านานเวลามา
เพราะวิญญาณ์ไม่สบายข้างภายใน

พรหมทัตฟังอรรถสุบรรณบอก
ดั่งเสี้ยนยอกเสียบทรวงยิ่งสงสัย
พระแสร้งชื่นฝืนพักตร์ประภาษไป
ตรัสให้ยกสกานั้นมาทรง

ต่างทอดต่างเดินไม่เพลินจิต
ต่างคิดต่างคะนึงตะลึงหลง
จนบ่ายชายแสงพระสุริยง
ครุฑพะวงพิศวาสถึงกากี

ก็อำลานรินทรจรจรัล
ฝ่ายคนธรรพ์แจ้งใจในปักษี
ด้อมสะกดโดยบทสกุณี
ครั้นถึงที่พระไทรก็แปลงตน

ส่วนมานพกลับกลายเป็นสุบรรณ
คนธรรพ์เป็นไรเข้าในขน
ถาบถาราร่อนโพยมบน
ก็ลุดลิมพลีพิมานทอง

ร่ายมนต์แก้บานทวารไข
สำราญจิตควรครรไลเข้าในห้อง
นั่งแนบแอบเนื้อนวลละออง
เชยน้องต้องเต้ามณฑาธาร ฯ



ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:18:07 pm »

ฝ่ายคนธรรพ์เป็นไรเข้าเร้นซ่อน
ที่บัญชรพิมานชัยไพศาล
ส่วนครุฑแนบนุชนงพาล
สองสมานร่วมรสฤดีทวี

เปรียบดั่งองค์ปโรตเทวัญ
เมื่อฤดูสวันต์เกษมศรี
เมชลาชูช่วงดวงมณี
อสุรีรามสูรก็โกรธา

ถือขวานเหาะทะยานขยิกไล่
เวียนระไวในจังหวัดพระเวหา
นางแบแก้วแวววับให้จับตา
อสุราขว้างขวานไปราญรอน

เมขลาล่อแก้วอสุรินทร์
ไม่สุดสิ้นที่จะร่วมสโมสร
เกิดสำหรับกัปกัลป์นิรันดร
เหมือนสมรสมานสุขสกุณินทร์

ครั้นอรุณเรื่อรางสว่างภพ
จบจักรวาไลและไพรสินธุ์
ครุฑตระโบมโลมลายุพาพิน
พี่จะบินไปเที่ยวพระหิมพานต์

จงเนาในแท่นทองอย่าหมองพักตร์
ไม่ช้านักจะกลับมาสู่สถาน
สั่งสมรแล้วก็จรจากพิมาน
ร่ายเวทผูกทวารแล้วบินไป ฯ

คนธรรพ์ครั้นครุฑจรดล
ก็กลับตนตามเพศวิสัย
เข้านั่งริมแท่นรัตนามัย
ประตูใจดูเล่ห์กัลยา

กากีเหลือบเหลียวเห็นคนธรรพ์
ให้หวาดจิตอัศจรรย์เป็นหนักหนา
เออไฉนไยนาฏกุเวรมา
นางประหม่าพักตร์เผือดแล้วพาที

ว่าดูราคนธรรพ์พี่เลี้ยงท้าว
แดนด้าวทางทุเรศนทีศรี
เหตุไฉนไยแจ้งแห่งคดี
จึงมาดลสิมพลีพิมานชัย

อันบรมพรหมทัตปิ่นธเรศ
เมื่อเกิดเหตุข้าหายนั้นเป็นไฉน
ยังทุกข์โทมนัสถึงคะนึงใน
ฤๅอาลัยลืมละไม่นำพา ฯ

คนธรรพ์ครั้นสดับคดีถาม
ดำริความเชิงชาญด้วยโวหาร์
นางหลงเล่ห์เมถุนสกุณา
จะร่ำเรื่องภัสดาก็ป่วยความ

ประเวณีสตรีได้เตรีจิต
จำจะคิดเหมือนเอาเสี้ยนมาบ่งหนาม
จะเย้ายั่วให้มัวในกลกาม
ปิดความอันตรายแห่งเวนไตย

ตริแล้วจึงสนองวรนาฎ
อันจอมราชสามีที่พิสมัย
ครั้นนางหายแล้วก็หน่ายอาลัยใจ
แต่พี่ไซร้สวาทเจ้าทุกเพลางาย

ด้วยเป็นศรีพระนครขจรเดช   
มาทุเรศแรมไกลน่าใจหาย
ครั้นทราบข่าวผ่าวร้อนดังเพลิงพราย
ว่าครุฑพาสายสวาทมาสิมพลี

มิได้คิดแก่ชีวิตจะวายชนม์
กำบังตนซ่อนราชปักษี
จึ่งยลพักตร์อัคเรศสุดาดี
พี่ก็มีโสมนัสเสน่ห์น้อง

นิจจาเอ๋ยถึงเสวยสุขสวรรค์   
ผิวพรรณเคยนวลฤๅควรหมอง
ว่าพลางทางประโลมเลียมลอง
ดูทำนองในเชิงพนิดา ฯ

นางสลัดปัดกรแล้วค้อนคม
แต่อารมณ์ปฏิพัทธ์ประหวัดหา
แสร้งเสด้วยเล่ห์มายา
อนิจจานี่ฤๅว่าปรานี

ได้พบพักตร์เหมือนพี่บังเกิดเกล้า
ที่ใจเศร้าค่อยสร่างกันแสงศรี
ด้วยฤๅมาให้ช้ำระกำทวี
นี่เห็นดีแก่ใจอย่างไรนา

อนิจจาเห็นว่าข้าอยู่เดียว
มาโลมเลี้ยวลอบชิดด้วยอิจฉา
เป็นน่าแค้นแสนเวทนาตา
จะใคร่ว่าเสียให้สมอารมณ์พาล ฯ

คนธรรพ์รับขวัญแล้วจุมพิต
กรสะกิดเลี้ยวลอดสอดประสาน
เคล้าเคล้นเล่นดวงปทุมมาลย์
ยุพาพาลแม่อย่าหมองกมลใน

ซึ่งโทษผิดชิดโฉมประโลมเล้า
ด้วยร้อนเร่าสวาทหวังไม่ยั้งได้
อย่าถือความจงประนามประนอมใจ
พี่จะไว้ชีพด้วยวนิดา

ว่าพลางทางประจงปลงจิต
เนื้อสนิทแนบกันกระสันหา
สองชื่นรื่นรสภิรมยา
ดั่งราหูจู่จับพระจันทร

อ้าโอาฐ์โกรธเกรี้ยวกระหยับย้ำ
กรกำเรือนรถจะสังหาร
แสงจันทร์อับชะอ่ำในอัมพร
ด้วยกำลังฤทธิรอนอสุรินทร์

พสุธาอากาศก็อับแสง
ไม่แจ่มแจ้งแหล่งหล้าวนาสินธุ์
ประจักษ์จันทร์อุปราค์ทั้งแดนดิน
ก็อึงอินทเภรีระดมปืน

ฆ้องระฆังกังสดาลประสานเสียง
สำเนียงโห่ลั่นหล้าไม่ฝ่าฝืน
ประเวณีคลี่คลายขยายคืน
ก็แช่มชื่นเด่นดวงศศิธร

สองสุขสองสมภิรมย์รส
ยังไม่หมดสุขสโมสร
คนธรรพ์ครั้นบ่ายรวีวร
สั่งสมรแล้วก็จรเข้าซ่อนกาย ฯ

ฝ่ายครุฑเที่ยวเล่นในหิมวันต์
สุริยาสายัณห์ก็ผันผาย
สู่สถานวิมานรัตน์พรรณราย
ก็ร่ายเวทเปิดทวารเข้าไพชยนต์

นั่งแนบแอบแก้วกานดาดวง
แล้วยื่นพวงอัมพาผลาผล
กินเล่นให้สำราญบานกมล
พลางยิ้มแย้มแกมกลให้ยั่วนวน

ร่วมภิรมย์สมสมัครดั่งใจปอง
ระเริงริกซิกสองเกษมสรวล
ปักษีมิได้หมางระคางนวล
เชยชวนชื่นชิดสนิทนาง

กากีสมปองเป็นสองชื่น
กลางคืนครุฑแอบอยู่แนบข้าง
ทิวาวันคนธรรพ์เข้สแนบนาง
ต่างรสสดชื่นให้โอชา ฯ

ครั้นสร่างแสงสุริโยวโรภาส   
อากาศแจ่ใแจ้งในแหล่งหล้า
พระยาครุฑสั่งนุชนงพะงา
กำหนดเล่นสกาในกรุงไกร

พี่จะลาสายจมรจรจรัล
สายัณห์ก็จะมาอย่าหม่นไหม้
เสด็จสั่งออกยังพิมานชัย
วิสัยรูปกลายกลับเป็นสุบรรณ

คนธรรพ์เป็นไรเข้าในขน
ครุฑผูกด้วยมนต์ทวารมั่น
บินทะยานผ่านข้ามสัตภัณฑ์
ก็บรรลุสำนักนิโครธา

แปรเป็นมนุษย์อุดมเดช
คนธรรพ์กลับเพศเป็นยักษา
ต่างแยกจรจรัลมรรคา
เข้ามหานิเวศน์แก้วปราการ

มานพถึงท้องพระโรงรัตน์
กรุงกษัตริย์ทัศนาแล้วบรรหาร
พระดำรงทรงสกากับชายชาญ
แต่วิญญาณยวนคิดวนิดา ฯ

ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:20:56 pm »

คนธรรพ์ครั้นถึงชุลีกร
นรินทรยิ้มละไมอยู่ในหน้า
จะตรัสถามก็เป็นความในอุรา
แต่ชำเลืองนัยนาดูคนธรรพ์

คนธรรพ์รับเนตรภูวนาถ
มิอาจเสนอในสนามด้วยความขัน
แต่บุ้ยบอกให้พระองค์ผู้ทรงธรรม์
ว่าชายนี้คือสุบรรณมาลักนาง

หมู่เสวกามาตย์ฉลาดคิด
ต่างวินิจนิ่งนึกอางขนาง
เข้ม้นหมายมานพไม่เว้นวาง
พลางจะฟังรหัสเหตุแห่งคนธรรพ์ ฯ

ฝ่ายอนงค์กากีศรีสมร
ครั้นครุฑจรจากห้องพิมานสวรรค์
ไม่ยกพักตร์ชู้นางที่กลางวัน
ให้กระสันราคร้อนอารมณ์นาง

อนิจจาโอ้ว่าพี่คนธรรพ
ไปลี้ลับอยู่ไหนจำใจหมาง
เจ้าเคยแอบแนบน้องประนองปราง
ไยมาห่างหายเนตรอนาถใจ

แรกรับรู้รสมาปลดสวาท
แรมนิราศไปนิเวศน์ฤๅไฉน
ฤๅบังกายซ่อนน้องจะลองใจ
ฤๅหมองไหม้ไม่สมัครสมานการ

มาเถิดน้องจะถนอมกล่อมจิต
จะผ่อนผิดผ้นหาเกษมศานต์
นางร่ำหาในห้องทิพพิมาน
ไม่พบพานก็พิลาปละเวงใจ ฯ

ฝ่ายพระยามานพทรงสกา
สุริยาเย็นลับเหลี่ยมไศล
ถวิลถึงสุดาเดียวเปลี่ยวใจ
ก็ลาไทธิบดินทร์ลินลามา

ถึงต้นไทรกลายเพศเป็นครุฑราช
เผ่นผงาดระเห็จห้องพระเวหา
ถึงสถานลานโลมวนิดา
โดยผาสุกภาพประเพณี ฯ

ฝ่ายบราพรหมทัตภูวเรศ
ครั้นมานพประเวศจากกรุงศรี
จึ่งเอื้อนอรรถสุนทราวาที
โดยพระมีมาโนชเปรมปรา

อ้าดูระพี่เลี้ยงเสมอชีพ
ท่านเร็วรีบสืบเสาะแสวงหา
ยับสงสายสุดสวาทของอาตมา
เนานิวานิวาสสถานใด

คนธรพ์อภิวันท์สนองถ้อย
ข้าโดยรอยมานพถึงป่าใหญ่
แปรสกนธ์เป็นครุฑวุฒิไกร
ข้าเป็นไรแทรกขนสุบรรณบิน

เร็วรีบยิ่งมหาวายุพัด
กวักกวัดปีกข้ามชลาสินธุ์
ทางทุเรศเขตเขาสิขรินทร์
ก็เต็มบินสู่สิมพลีวัน

ประสบนางในปรางค์พิมานทมาศ
แสนสวาทครุฑประคองขวัญ
เสวยทิพสถานสำราญครัน
จะรำพันพ้นสุขสวรรยา ฯ

พรหมทัตแจ้งอรรถคนธรรพ์ทูล
บดินทร์สูรแสนโสมนัสสา
ดั่งได้แก้วจักรพรรดิมาทัศนา
เป็นมหามิ่งมิตรมงคลเมือง

จึ่งดำรัสประภาษนาฏกุเวร
เจ้าผู้เจนจงแสดงให้สิ้นเรื่อง
นางนิราศโภไคได้ขุ่นเคือง
ฤๅปลดเปลื้องธุระรักในฝ่ายเรา

ฤๅเพลิดเพลินจำเริญสมบัติครุฑ
อันสูงสุดถึงเมรุขุนเขา
ได้พบพานประมาณจิตยุพเยาว์
จะนิ่งเนาฤๅจะกลับบุรีรมย์ ฯ

คนธรรพ์หวั่นจิตจำสนอง
อันพระน้องร้างท้าวภิรมย์สม
ไปสู่สิมพลีวันอันอุดม
เห็นนิยาสมบัติสกุณา

ข้าพบพักตร์แต่จะทักก็ทั้งยาก
ทำบ่ายบากเฉยเชือนไม่เบือนหน้า
จนจิตที่จะคิดให้คืนมา
กิริยาดั่งจะบอกยุบลครุฑ

ข้าพรั่นตัวกลัวจะวายทำลายชนม์
ทั้งเกรงบาทยุคลเป็นที่สุด
จึ่งจำล้างในทางเสน่ห์นุช
หวังจะแก้แค้นครุฑให้ส่งนาง

แกล้งประโลมลองใจดูในที
ก็เร็วรี่ปฏิพัทธ์ไม่ขัดขวาง
งได้สบสมสองทำนองนาง
โทษข้าถึงล้างทำลายปราณ ฯ

พรหมทัตฟังอรรถแสดงสดับ
หทัยวับเพียงเพลิงเถกิงผลาญ
เปรียบดั่งวาสุกรีไกรชัยชาญ
ใครประหารขนดหางให้โกรธา

ด้วยอาลัยในสุดาดวงสวาท   
ไปร่วมราชปักษีแล้วมิสา
ยังซ็คนธรรพ์อันธพาล์
เสียแรงว่าจงใจให้ไปตาม

ด้วยฤๅคนธรรพ์ประทุษฐ์จิต
ทำลายมิตรให้กลิ้งกลางสนาม
เราไซร้ก็มิใช่ชายทราม
มาทำความบังเหตุให้อัประมาณ

ครั้นจะล้างเสียให้วางชีวิตม้วย
ก็เกรงด้วยครหาจะว่าขาน
เมื่อหญิงร้ายชายโหดสันดาลพาล
ไม่ต้องการที่จะก่อเวราไป

ดำริพลางทางตรัสแก่คนธรรพ
เราอาภัพเสียมิตรที่พิสมัย
ซึ่งท่านทำความชอบเราขอบใจ
เหมือนนกไร้ไม้โหดก็ตามที

เราเสียดวงสมรไปได้อัประยศ
จะหย่อนยศทั่วทิศทั้งสี่
ทำไฉนจึ่งจะได้กากี   
คืนบุรีให้เรืองเดชาชาญ

นนฏกุเวรอภิวาทน์บาทมูล
อย่าอาดูรพระทัยจงใสศานต์
จะแก้กลเวนไตยให้อัประมาณ
หมางสมานในสมรให้รอนรัก

ให้มาส่งคงคืนยังนิเวศน์
เรืองพระเดชเฟื่องฟ้าอาณาจักร
จะขับอ้างแต่ปางไปลอบลัก
จนข้าห่างรักมาบุรินทร์

เห็นครุฑก็จะอายเสียดายยศ
จะปลิดปลดสังวาสสวาทสิ้น
ท่วงทีก็จะส่งองค์ยุพิน
องค์นรินทรราชอย่าร้อนใจ ฯ

ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN