ผู้เขียน หัวข้อ: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)  (อ่าน 13798 ครั้ง)

Poem Tags:

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:26:58 pm »

ท้าวสดับพี่เลี้ยงฉลองฉลาด
เห็นสมมาดแก้กลปักษีได้
พระราชทานบำเหน็จอนงค์ใน
ทั้งศฤงคารโภไคให้คนธรรพ์

ครั้นรุ่งกรุงกษัตริย์สรงสนาน
ประดับองค์อลงการทรงพระขรรค์
ออกพระโรงวินิจฉัยพรายพรรณ
เสนานั่งคั่งคัลดาษดา ฯ

ฝ่ายครุฑนั้นครบสัตตวาร
ก็สั้งสารวนุชเสน่หา
แล้วบินโบยโดยแดนทิฆัมพรา
ดลพระไทรสาขาก็แปลงกาย

เป็นมานพเข้าสู่นิเวศน์วัง
ขึ้นยังพระเรืองรัตน์เรืองฉาย
กรุงกษัตริย์เอื้อนอรรถอภิปราย
เชิญนายผู้ชำนาญชาญสกา

ราชากับพระยามานพเล่น
จำเป็นจำแสร้งเป็นสุขา
แสนระกำช้ำจิตดั่งพิษยา
ด้วยสองรารักร่วมฤดีดาล ฯ

คนธรรพ์ครั้นเห็นกรุงกษัตริย์
แจ้งระหัสให้เนตรดั่งบรรหาร
น้อมศิโรตน์รับรสพจมาน
จับพิณดีดประสานสำเนียงครวญ

แกล้งประดิษฐืคิดขับเป็นกาพย์กลอน
กระแสเสียงลอยร่อนโหยหวน
โอ้พระพายชายกลิ่นมารัญจวน
หอมหวนนาสาเหมือนกากี

รื่นรื่นชื่นจิตพี่จำได้
เหมือนเมื่อไปร่วมภิรมย์ประสมศรี
ในสถานพิมานสิมพลี   
กลิ่นยังซาบทรวงพี่ทั้งวรกาย

นิจจาเอ๋ยจากเชยมาเจ็ดวัน
กลิ่นสุคันธรสรื่นก็เหือดหาย
ฤๅว่าใครแนบน้องประคองกาย
กลิ่นสายสวาทซาบอุรามา ฯ

พระยาราชเวนไตรได้สดับ
สำเนียงขับกล่าวกลิ่นกนิษฐา
ประหลาดจิตพิศดูคนธรรพา
จินตนานิ่งนึกคะนึงใน

เออไฉนไอ้นี่จึ่งกล่าวกลอน   
ถึงกลิ่นแก้วดวงสมรมาเสียดใส่
ฉุนโกรธแล้วระงับดับไว้
จะฟังไปให้รู้ในเรื่องความ ฯ

นาฏกุเวรเจนแจ้งในทีโกรธ   
จึ่งเอื้อนโอษฐ์คำขับขยับขยาม
โอ้ว่าแก้วกานดาพะงางาม
ยามนี้เจ้าจะนิ่งอนาถองค์

ถ้าพี่อยู่จะได้ชูประคองชื่น
สำราญชื่นร่วมมิตรพิศวง
เสียดายจากพรากเนื้อนวลผจง
คิดจะใคร่คืนคงยังสิมพลี ฯ

ครุฑฟังยิ่งคั่งฤทัยแค้น
ดั่งหนึ่งแสนอัคนิรุทธมาจุดจี้
เสแสร้งสุนทราวาที
ว่าดูก่อนเสนีเสนาะพิณ

เราได้ฟังกังวานประสานสาย
บรรยายหลากจิตคิดถวิล
อนึ่งนายก็เป็นชายแต่เดินดิน
ไฉนรู้เสร็จสิ้นในสิมพลี

เราแจ้งทางทุเรศเขตอรัญ  (เราทราบทางทุเรศเขตสิขร)
สัตภัณฑ์คั่นสมุทรใสสี       (ในสาครลึกกว้างทางวิถี)
แม้นจะขว้างแววหางมยุรี
ก็จมลงถึงที่แผ่นดินดาน

ด้วยน้ำนั้นสุขุมละเอียดอ่อน
จึ่งชื่อสีทันดรอันไพศาล
ประกอบหมู่มัจฉากุมภาพาล
คชสารเงือกน้ำแลนาคินทร์

ผู้ใดข้ามนทีสีทันดร
ก็ม้วยมรณ์เป็นเหยื่อแก่สัตว์สิ้น
แสนมหาพระยาครุฑยังเต็มบิน
จึ่งล่วงสินธุถึงพิมานทอง

นี่แนะนายไปได้ไฉนเล่า
ฤๅโดยเดาว่าเล่นพอเห็นคล่อง
ฤๅเหาะเหินเดินได้ดั่งใจปอง
จึงไปเห็นห้องพิมานชัย

ฤๅประกอบกายสิทธิ์ฤทธิเวท
วิเศาด้วยมนตราเป็นไฉน    
เราก็หวังอยู่ด้วยยังไม่เคยไป
คิดจะใคร่ศึกษาเป็นอาจารย์ ฯ

คนธรรพ์ครั้นฟังก็แย้มสรวล
แสร้งสำรวลเยาะเย้ยเฉลยสาร
อันเวทมนต์ฤทธิไกรไม่เชี่ยวชาญ
แต่จิตหาญแทรกขนสุบรรณจร

พระยาครุฑครองชู้เป็นชายเฉา
มาพาเราผู้ชู้ไปสู่สมร
ราตรีปักษีเข้าแนบนอน
ทิวากรเราแนบประจำนาง

ต่างชู้ต่างชื่นทุกคืนวัน
แต่สุบรรณงมจิตไม่คิดหมาง
เป็นสัจจังดั่งพร้องไม่อำพราง
ข้าระคางกลัวเกลือกจะมีครรภ์

ว่าพลางขับครวญกระบวนพิณ
โอ้กลิ่นกากีพี่หมายมั่น
เสียดายพักตร์รับพักตร์พี่เมียงมัน
เสียดายกรรณรับรสพจนา

เสียดายขนงก่งพักตร์เมื่อยักยวน
เสียดายเนตรนำชวนเสน่หา
เสียดายปรางช่างเบือนกระบวนมา
ให้นานาสูบรสรัญจวนใจ

เสียดายโอษฐ์อ่อนคำให้กำหนัด
เสียดายกรกอกรัดกระหวัดไหว
เสียดายเต้าเคล้าชื่นอุราใน
เสียดายใจน้ำใจทุกสิ่งอัน

นิจจาเอ๋ยชวดเชยเพราะสองชู้
ถ้าคงคู่ก็ไม่ร้างภิรมย์ขวัญ
เวทนาด้วยพระยาสุบรรณครัน
ขับแล้วอภิวันท์กษัตรา ฯ

พระยาครุฑได้สดับมันขับอ้าง
จึ่งกระจ่างแจ้งข้อไม่กังขา
สลดจิตเสียคิดเสียดายสายสุดา
ดั่งต้องจักราบรรลัยลาญ

สะท้อนถอนหฤทัยอยู่ในอก
แสนวิตกตัดรอนสมรสมาน
ประดุจดั่งจอมจักรมัฆวาน
เมื่อกรุงพาณลอบโลมสุจิตรา

พระเสียเดชเพราะทะนงด้วยองอาจ
พระเสียสวาทเพราะห่างเสน่หา
พระเสียมนต์เพราะกลอสุรา
สุจิตราจึงพรากไปจากกัน

เราเสียแก้วกากีศรีสวาท
เพราะประมาทไม่ถนอมเป็นจอมขวัญ
เสียฤทธิ์เพราะไม่คิดจะป้องกัน
คนธรรพ์มันจึ่งแทรกเข้าซ้อนกล

ครั้นนี้เสียรักก็ได้รู้
ถึงเสียชู้ก็ได้เชาว์ที่เฉาฉงน
เป็นชายหมิ่นชายต้องอายคน
จำจนจำพรากอาลัยลาน

ตริแล้วพาทีแก่คนธรรพ
ท่านช่างขับเฉือยฉ่ำล้วนคำหวาน
เสาวพากย์กล่าวเกลี้ยงกลอนการ
ชำนาญนักเรานับว่าเป็นชาย ฯ



ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:29:54 pm »

ว่าพลางทางลาบรมนาถ
ลีลาศจรจรัลผันผาย
ถึงพระไทรสำนักก็แปลงกาย
เป็นสุบรรณบินว่ายโพยมมาน

ลุสิมพลีวันก็ร่ายเวท   
เบิกบานทวาเรศมุกดาหาร
ขึ้นนั่งเหนือแท่นรัตน์ช้ชวาล
จึ่งกล่าวรสพจมานแก่กากี

ว่าดูรายุพราชประหลาดโฉม
เราประโลมเจ้าจากพาราณสี
มาเนาในวิมานรัตน์สวัสดี
ได้สิบสี่ราตรีทิวากาล

นุชแจ้งจริงคำอย่าอำไว้
ยังมีใครมาสถิตถึงสถาน
กากีฟังคดีตระดกดาล
เยาวมาลย์กล่าวแก้พิรากล

แต่พระพามาชมสมบัติทิพ
อันลอยลิบลิ่วฟ้าเวหาหน
ข้าอยู่เดียวเปลี่ยวเอกาสกนธ์
ยังไป่ยลพักตร์ใครมาใกล้กราย ฯ

พระยาครุฑฟังนุชสองคำ
พิโรธซ้ำดั่งฟ้าคะนองสาย
ดูดู่คบชู้มาพรางชาย
จนชู้หน่ายใจชู้แล้วจู่จร

เสียแรกรักหักจิตไม่คิดบาป
นิยมหยาบฉกพามาสมสมร
ก็เจือใจมิให้อนาทร
ประคองนอนแนบข้างไม่ห่างกาย

เชยชื่นดั่งวิเชียรเจียระไน
มิรู้ไฝฟองช้ำสล่ำสลาย
ยังไม่รับจนเราจับได้ชู้ชาย
คือนายนาฏกุเวรที่เจนกัน ฯ

กากีฟังคดีสนองถ้อย
เป็นน่าน้อยใจเพียงชีวาสัญ
อนิจจาว่าข้ากับคนธรรพ์
คือใครเล่ายืนยันจำนรรจา

จงนำมาสอบใส่ไต่สวน
ถ้าเป็นสัตย์แล้วควรลงโทษา
นี่กระไรพระไม่พิจารณา
มาเสกแสร้งแกล้งว่าดั่งจริงจัง

เออพิมานสิมพลีก็สูงสุด
มนุษย์ฤๅจะมาได้ดั่งใจหวัง
แล้วร่ายเวทผูกบานทวารวัง
ประดุจดังข่ายเพชรสักเจ็ดชั้น

อย่าว่าแต่มนุษย์ในแหล่งหล้า
ถึงสุราสุรเทพในสรวงสวรรค์
ก็ไม่หาญทำลายเวทสุบรรณ
ครธรรพ์ฤๅจะมาได้ดั่งใจจง

หนึ่งคนธรรพ์ก็เป็นทาสบาทมูล
ต่ำตระกูลดั่งกามาแกมหงส์
ถึงข้าพลัดภัสดามาเอองค์
ก็รักวงศ์เหมราชไม่แกมกา

ซึ่งพระไม่กลัวเวรเพราะหวังสวาท
พานิราศมาร่วมเสน่หา
ถนอมน้องมิให้หมองสักเวลา
พระคุณล้ำดินฟ้าแลสาคร

ไม่ทันไรฤๅใจจะทุจริต
พระวินิจตรองตริดำริก่อน
ธรรมดาว่ารักจะรานรอญ
เพราะหลงกลเขาซ้อนให้เสียการ ฯ

พระยาครุฑฟังนุชสารแสดง
มโนแหนงดั่งมณีที่แตกฉาน
จึ่งตรัสว่าอ้าดูระหญิงพาล
ช่างกล่าวสารสอดแก้สำนวนกล

เราทราบสิ้นซึ่งระบิลมันขับอ้าง
จึ่งกระจ่างแจ้งข้ออนุสนธิ์
ได้อัประยศมาตยาพลาพล
ดั่งจะด้นดินม้วยคำพาล

เพราะมีชู้ไม่รู้ให้รอบเชิง
หลงระเริงว่าเจ้ารักสมัครสมาน
คิดว่าหงส์จะจงแต่ชลธาร
กลับบันดาลกลั้วเกลือกด้วยเปือกตม

ตัวนางเป็นไทแต่ใจทาส
ไม่รักชาติรสหวานมาพานขม
ดั่งสุกรฟอนฝ่าแต่อาจม
ห่อนนิยมรักรสสุคนธาร

น้ำใจนางเปรียบอย่างชลาลัย
ไม่เลือกไหลห้วยหนองคลองละหาน
เสียดายทรงวิไลแต่ใจพาล
ประมาณเหมือนหนึ่งผลอุทุมพร

สุกแดงดั่งแสงปัทมราช
ข้างในล้วนกิมิชาติเบียนบ่อน
เรารู้ใจแล้วมิให้อนาทร
จะพาคืนนครในราตรี ฯ

กาลีชุลีกรแล้ววอนว่า
อนิจจาพระไม่โปรดเกศี
บริภาษข้าบาทไม่มีดี
นี่เนื้อว่าเวรีมาราญรอน

เพราะหลงกลไม่รู้จึ่งเสียกล   
หลงฉงนแหนงหน่ายสโมสร
แม้นคนธรรพ์ว่าแก้วในอุทร
ตกจะรอนรานอุราผ่ากาย

พระฟังคำข้างเดียวมาเกี้ยวโกรธ
ทุเลาโทษขอพิสูจน์สัตย์ถวาย
แม้นพิรุธทุจริตก็ควรตาย
ไม่เสียดายชนม์ชีพเท่ายองใย

อยู่หลัดหลัดฤๅจะซัดไปส่งเสีย
ไม่โปรดเมียจงประหารให้ตักษัย
มิขอคืนนครำให้ช้ำใจ
จะไว้สัตย์สู้ม้วยในสิมพลี ฯ

พระยาครุฑได้สดับคดีนาง
ยิ่งหมองหมางวางสวาทมารศรี
จึ่งตรัสว่าอ้าดูระกากี
หญิงกลีเล่นลิ้นพิรากล

จะเลี้ยงเจ้าเราอัประยศยศ
จะลืมหมดทั่วหล้าเวหาหน
ว่าพลางทางอุ้มทนฤมล
ออกจากไพชยนต์ในราตรี

เผ่นผงาดผาดผยองล่องฟ้า
ถึงพาราเจ้าทวีปชมพูศรี
วางอนงค์ลงหน้าพระลานคลี
จึ่งมีรสพจนารถนี่แน่ะนาง

ไปอยู่กับเราเดียวเปลี่ยวนัก
ทีนี้จักพรั่งพร้อมอยู่ล้อมข้าง
เชิญเชยสุขสวรรยางค์
ตั้งแต่ปางนี้ไม่ขอพบกัน

ตราบสิ้นดินฟ้าพระเมรุมาศ
แสนชาติไม่ขอร่วมภิรมย์ขวัญ
กว่าจะเสร็จศิวโมกษ์ทางธรรม
สั่งเสร็จระเห็จหันไปสิมพลี ฯ

ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

ออฟไลน์ ไฟตะเกียง

  • ไฟตะเกียง..สุดเคียงเธอ
  • อสรพิษกลอนผี

  • *
  • กระทู้: 126
  • คะแนนกลอน 19
  • เพศ: ชาย
Re: กากีกลอนสุภาพ โดย เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 12:32:17 pm »

ฝ่ายบรมพรหมทัตนรินทร
ทิวากรรุ่งรางสว่างสี
พระอ่าองค์สรงพักตร์แล้วจรลี
ไขสีหบัญชรเยื้องชำเลืองมา

เห็นกากีศรีสมรบวรนาฏ
ให้ร้อนราชฤทัยรุ่มดั่งสุมผา
พระระงับดับเดือดด้วยปรีชา
จึ่งเอื้อนพจนาเย้ยยุพิลพลัน

ว่าดูราสุดาดวงเนตร
เจ้าประเวศไปสู่พิมานสวรรค์
พี่ตั้งหน้าท่าน้องทุกคืนวัน
พึ่งเห็นขวัญตาตกถึงธานี

จะอยู่ไยในหน้าพระลานเล่า   
ขอเชิญเนาในนิวาสน์ปราสาทศรี
พี่ขอบใจในสวาทแสนทวี
มิเสียทีที่บำรุงผดุงมา

แต่ยังเยาว์คุ้มเท่าเป็นเอกองค์
ปิ่นอนงค์นางในทั้งซ้ายขวา
คิดว่าจะไว้ชื่อให้ฦๅชา
มิรู้ว่าเริงรวยไปด้วยครุฑ

เพราะแรงราคจากรสพาราณสี
ไปลอยเล่นสิมพลีอันสูงสุด
แล้วเบือนบ่ายหน่ายเล่ห์เสน่ห์ครุฑ
กลับมายุดยึดชมกับคนธรรพ์

หนึ่งแล้วสองเล่าเจ้าซ้ำสาม
ช่างทำงามพักตราน่ารับขวัญ
เมื่อเป็นหญิงแพศยาอาธรรม์
จะให้เลี้ยงนางนั้นประการใด ฯ

กากีอภิวันท์ด้วยบัญจางค์
กำสรดพลางทางทูลสนองไข
เป็นความสัตย์เกิดวิบัติจึ่งจำไกล
ใช่จะร้างแรมรสบทมาลย์

ด้วยมืดมนอนธการในอากาศ
ครุฑบังอาจพาพรากไปจากสถาน
ข้าร่ำไห้เพียงจักทำลายปราณ
แต่โหยหาภูบาลไม่เห็นตาม

ข้ารำพันเพิดพ้อไม่ท้อครุฑ
จะโจนลงในสมุทรไม่เข็ดขาม
ขอตายด้วยสัจจาพยายาม
สุบรรณบินรีบข้ามไปสิมพลี

แต่พูนเทวษเนตรนองเป็นโลหิต
ไม่มีจิตจงรักในปักษี
เขาเรืองฤทธิ์จนจิตเป็นสัตรี
ก็สุดที่แท้ว่ากรรมจึงจำเป็น

ถึงกระนั้นจริงใจไม่ปฏิพัทธ์
เป็นความสัตย์ว่าไปใครจะเห็น
พร่ำบวงบนเทพเจ้าทุกเช้าเย็น
ขอให้ครุฑเคลิ้มเคล้นมาส่งคืน

พอเจ็ดวันคนธรรพ์ไปถึงสถาน
ได้แจ้งการภูวไนยไม่มีชื่น
ให้อัดอั้นตันจิตดั่งพิษปืน
สลบลงกับพื้นพิมานบน

ซึ่งพี่เลี้ยงทำการทุจริต
ที่จริงจิตมิได้แจ้งในเหตุผล
ดั่งร่างผีมิได้รู้สึกสกนธ์
เท็จจริงก็เหมือนจนประจานกาย

เพราะกรรมนำเหตุให้หฤโหด
ประมาณโทษนั้นผิดอยู่แหล่หลาย
แม้นมิโปรดเข่นฆ่าก็ท่าตาย
ขอไว้ลายสู้ม้วยด้วยสัตยา ฯ

นฤบาลฟังสารสนวนกล่าว
หทัยผ่าวดั่งเพลิงประลัยหล้า
บริภาษโดยราชบัญชา
อ้าหญิงใจกล้ากลำพร

กูเป็นปิ่นไกรกรุงผดุงเดช
ใช่จะไร้อัคเรศสโมสร
อย่าพักกล่าวกลว่าให้อาวรณ์
จะเลี้ยงไว้ในนครก็หนักดิน

ทุกนิเวศน์เขตขัณฑ์บุรีเรือง
ถ้ารู้เรื่องจะตำหนิติฉิน
ชอบแต่ใส่แพลอยในวาริน
จึ่งจะหมดมลทินที่นินทา

พระตรัสพลางสั่งเสวกามาตย์
ก็รับราชโองการนาถา
นำนาฏากากีลีลามา   
ถึงท่าใส่แพแล้วลอยเอย ฯ


ฉันเป็นแค่ไฟตะเกียง...มีเพียงแต่แสงรำไร
 

Poem Tags:
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 




กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง |

 

ติดต่อหรือแจ้งปัญหาได้ที่ กล่องข้อความ Facebook

POEM FLUTE MATERIAL KAMKOM SUGAR MENU CANCER HEALTH VEGETARIAN